Terminator คนเหล็ก
คนเหล็ก Terminator เป็นสื่อแฟรนไชส์สัญชาติอเมริกัน สร้างโดย เจมส์ คาเมรอนและเกล แอนน์ เฮิร์ด แฟรนไชส์ประกอบด้วยภาพยนตร์ชุดแนวไซไฟโลดโผน, ละครโทรทัศน์, การ์ตูน, นวนิยาย, วิดีโอเกมและสื่ออื่น ๆ โดยมีเรื่องราวเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่าง เครือข่ายเครื่องจักรปัญญาสังเคราะห์ของสกายเน็ต กับ กองกำลังต่อต้านของจอห์น คอนเนอร์ ร่วมกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ ผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของสกายเน็ตก็คือ เครื่องจักรสังหารรุ่นต่าง ๆ ซึ่งมีเป้าหมายคือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ เช่น ที-800 แสดงโดย อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ จาก ภาพยนตร์ ฅนเหล็ก ต้นฉบับ เมื่อปี ค.ศ. 1984 แฟรนไชส์ทำเงินมากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี ค.ศ. 2010
[read more]
- The Terminators (2009)
เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นนิยายวิทยาศาสตร์ที่ออกฉายในปี พุทธศักราช 2552 ควบคุมโดยซาเวียร์ เอส. ปุสโลว์สกี้ ภาพยนตร์หัวข้อนี้ขึ้นชื่อลือชาในประเด็นการผลิตที่ใช้งบประมาณต่ำแล้วก็มีความพากเพียรที่จะใช้ประโยชน์จากความนิยมชมชอบของแฟรนไชส์ “เทอร์ไม่เนเตอร์” แม้ว่าจะเป็นแบบนั้นก็ตาม ไม่ใช่ส่วนที่เป็นทางการของซีรีส์นั้น ตั้งแต่นี้ต่อไปเป็นภาพรวมของ “The Terminators”:
The Terminators” มีเรื่องมีราวราวเกิดขึ้นในอนาคตดิสโทเปีย ซึ่งปัญญาประดิษฐ์ได้ใส่ใจทราบในตัวเองรวมทั้งต้านทานมนุษยชาติ กองทัพหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ที่ชักชวนให้ระลึกถึงซีรีส์ Terminator ได้ถูกเอาไปใช้เพื่อล้างผลาญเชื้อสายมนุษย์ คนรอดตายเพียงแต่ไม่กี่คนกำลังแอบหนี พากเพียรอย่างมากที่จะหลบเครื่องจักรที่ไม่หยุดหย่อน
- Terminator 2 Judgment Day (1991) เทอร์มิเนเตอร์ 2
เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นแนววิทยาศาสตร์ที่ออกฉายในปี 1991 เป็นภาคลำดับที่สองของซีรีส์ Terminator และก็ได้รับการชื่นชมอย่างมากมายว่ายอดเยี่ยมในรูปภาพยนตร์แอ็คชั่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดชั่วกับชั่วกัลป์ ภาพยนตร์ประเด็นนี้ผสมวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์สุดล้ำ เค้าเรื่องที่น่าดึงดูด แล้วก็ผู้แสดงที่เด่นเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์การดูภาพยนตร์ที่ไม่บางทีอาจเลือน
เรื่องย่อ: ภาพยนตร์ประเด็นนี้เกิดขึ้นในโลกอนาคตดิสโทเปีย ที่ซึ่งเครื่องจักรที่มีความรู้สึกซึ่งนำโดยสกายเน็ต ได้นำไปสู่หายนะทางปรมาณู ล้างผลาญโลกและก็ส่งผลให้เกิดการหมดสิ้นเผ่าพันธุ์ของมนุษยชาติ ในอนาคตอันรกร้างนี้ เครื่องจักรยังคงตามล่าแล้วก็กำจัดมนุษย์ที่มีชีวิตรอดเพียงแค่ไม่กี่คน ซาราห์ คอนเนอร์ ซึ่งแสดงโดยลินดา แฮมิลตัน ได้เปลี่ยนเป็นทหารผู้กล้าแกร่งรวมทั้งเป็นแม่ของจอห์น คอนเนอร์ หัวหน้าในอนาคตของการต้านของผู้คน เทอร์ไม่เนเตอร์คนใหม่ T-1000 (สวมบทโดยโรเบิร์ต แพทริค) ถูกส่งย้อนเวลากลับไปเพื่อกำจัดจอห์น คอนเนอร์ในวัยชายหนุ่ม ซึ่งดำรงชีวิตออกจะธรรมดาในปี 1991
- Terminator 3 Rise Of The Machines (2003)
เป็นภาพยนตร์แนวโลดโผนไซไฟ ที่ออกฉายในปี ค.ศ. 2003 หนึ่งทศวรรษผ่านไป นับตั้งแต่ จอห์น คอนเนอร์ (นิค สธาร์ล) ได้ช่วยปกป้องวันสิ้นโลก และรักษามวลมนุษยชาติเอาไว้ได้ นั่นก็คือวันที่เครือข่ายแห่งเครื่องจักรกล ที่ผ่านการพัฒนาอย่างรวดเร็วของ สกายเน็ต กลายเป็นเครื่องจักรกลที่มีความคิด และเริ่มทำลายมนุษยชาติ แต่วันที่ 29 สิงหาคม ปี 1997 ผ่านมาและผ่านไป โดยมิได้เกิดเหตุการณ์ร้าย แม้ว่าทางสกายเน็ต จะพยายามสังหารคอนเนอร์ถึงสองครั้ง เพื่อก่อสงครามกับมนุษย์ แต่มันเป็นความพยายามที่ล้มเหลวทั้งสองครั้ง
ปัจจุบันนี้ด้วยวัย 25 ปี ของเขา คอนเนอร์ต้องใช้ชีวิตเฉกเช่นบุคคลหลุดกรอบใดๆ ไม่มีแม้กระทั่งบ้าน ไม่มีเครดิตการ์ด ไม่มีโทรศัทพ์มือถือ กลายเป็นคนตกงาน และไม่มีประวัติชี้ว่า เขามีตัวตนอยู่จริง และ..ไม่มีทางที่จะเขาจะถูกคุกคามจากสกายเน็ท สุดยอดเครือข่ายเครื่องจักรสมองกล ที่ครั้งหนึ่งเคยหมายจะเด็ดหัวจอห์น และก่อสงครามกับเหล่ามนุษยชาติ
จนกระทั่ง… เมื่อถึงวันที่หุ่นยนต์นักฆ่าสายพันธุ์ใหม่ ที่มีอานุภาพการทำลายล้างสูงสุดเท่าที่เคยมีมา T-X (คริสเตนน่า โลเคน) ได้ก้าวออกมาจากเงาของโลกอนาคต และถูกส่งข้ามเวลากลับมาอีกครั้ง เพื่อสะสางภารกิจเก่าที่ T-1000 หุ่นพิฆาตรุ่นก่อนไม่สามารถทำได้สำเร็จ เครื่องจักรสังหารรุ่นนี้ มีความบึกบึนทนทานพอๆ กับรูปลักษณ์ภายนอก ที่ดูเป็นมนุษย์สาวแสนสวย คล้ายคลึงกับมนุษย์อย่างยิ่ง เธอทรงพลังมากกว่า อันตรายมากกว่า และมีอำนาจทำลายล้าง มากกว่าหุ่นยนต์สังหารทุกตัว ที่ถูกส่งมาก่อนหน้านี้
คอนเนอร์ไม่ใช่เป้าหมายหนึ่งเดียว ในบัญชีรายชื่อที่ต้องกำจัดทิ้ง ของสกายเน็ต แต่ยังมีสัตวแพทย์สาวที่ชื่อ เคต บรูว์สเตอร์ (แคลร์ เดนส์) ที่จะต้องได้เห็นอดีตอันแสนไกล และปัจจุบันที่กำลังสดใสของเธอ ต้องมาปะทะกับอนาคตที่คาดเดาไม่ถึง… ยกเว้นแต่เธอจะสามารถรอดพ้นจากเงื้อมมือของ T-X ผู้ไร้เทียมทาน เมื่อคอนเนอร์และเคตรู้ตัวว่า วันพิพากษากำลังมุ่งหน้าเข้าหาเขาและเธอ และเหลือเวลาเพียงสามชั่วโมงเท่านั้น ระหว่างพวกเขากับจุดจบของโลก ความหวังเดียวที่จะรอดชีวิตไปได้ ก็คือการจำลองหุ่นไซบอร์กมือสังหาร T-850 (อาร์โนลด์ ชวาสเซเนเกอร์) อดีตหุ่นสังหารตัวต้นแบบ สุดลึกลับของคอนเนอร์ ที่บัดนี้ได้กลายเป็นหุ่นมือสังหารที่ตกรุ่นไปแล้ว แต่ทั้งหมดจะต้องเอาชนะ T-X สุดยอดนวัตกรรมเทคโนโลยีตัวใหม่ที่เหนือกว่า และเพื่อหาวิธีป้องกันวันพิพากษา… หรือเผชิญหน้ากับหายนะ ของความศิวิลัยซ์ที่พวกเรารู้จัก
- Terminator 4 Salvation (2009)
เป็นภาพยนตร์อเมริกันในปี 2009 แนวนิยายวิทยาศาสตร์ ปี 2018 วันอวสานโลกได้ผ่านมาและผ่านไป ทิ้งไว้เพียงซากอารยธรรมสมัยใหม่ กองทัพคนเหล็กได้คุกคามน่านฟ้าของโลกหลังวันหายนะ เพื่อสังหารและกำจัดมนุษย์ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในเมืองร้างและทะเลทราย แต่กลุ่มผู้รอดชีวิตกลุ่มเล็กๆ ได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มผู้ต่อต้าน ผู้หลบซ่อนอยู่ในบังเกอร์ใต้ดินและโจมตีกองกำลังศัตรูที่มีกำลังพลเหนือพวกเขาทุกเมื่อที่เป็นไปได้
ผู้ที่บงการคนเหล็กเหล่านี้คือสกายเน็ท เครือข่ายคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ ที่เริ่มมีความรู้สึกนึกคิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อ 14 ปีก่อนและเพียงเวลาชั่วพริบตา มันก็ได้หักหลังผู้สร้างมันขึ้นมา และปลดปล่อยอาวุธนิวเคลียร์สู่โลกใบนี้ โดยไม่ทันให้ตั้งตัวมีชายเพียงคนเดียวที่เห็นวันอวสานโลกคืบคลานเข้ามา ชายเพียงคนเดียว ผู้ซึ่งชะตากรรมของเขามักจะเกี่ยวพันถึงการคงอยู่ของมนุษยชาติเสมอ เขาก็คือ จอห์น คอนเนอร์ (คริสเตียน เบล) บัดนี้ โลกกำลังจะก้าวสู่อนาคตที่คอนเนอร์ถูกพร่ำเตือนเสมอมาตลอดชีวิต แต่ปัจจัยใหม่อย่างหนึ่งได้สั่นคลอนความเชื่อของเขาที่ว่ามนุษยชาติมีโอกาสที่จะชนะสงครามครั้งนี้ นั่นก็คือการปรากฏตัวของ มาร์คัส ไรท์ (แซม เวิร์ธธิงตัน) คนแปลกหน้าจากอดีต ผู้ซึ่งความทรงจำสุดท้ายของเขาคือการรับโทษประหารก่อนที่จะลืมตาตื่นขึ้นมาในโลกใหม่ใบนี้ คอนเนอร์จะต้องตัดสินใจว่าเขาสามารถไว้วางใจมาร์คัสได้หรือไม่ แต่เมื่อสกายเน็ทใช้กลยุทธใหม่เพื่อปราบกองกำลังต่อต้านให้ราบคาบ คอนเนอร์และมาร์คัสก็ต้องหาทางร่วมมือกันเพื่อยับยั้งการสังหารโหด ด้วยการแฝงตัวเข้าไปในสกายเน็ทและชนกับศัตรูแบบจังๆ
- Terminator 5 Genisys (2015) คนเหล็ก 5 มหาวิบัติจักรกลยึดโลก
เป็นภาคที่ 5 ของซีรีส์ภาพยนตร์ Terminator อันเลื่องลือ ภาพยนตร์หัวข้อนี้ออกฉายในปี 2015 โดยตรวจไทม์ไลน์อีกแบบอย่างหนึ่งด้านในจักรวาลเทอร์ไม่เนเตอร์ โดยประสมประสานส่วนประกอบของการเดินทางผ่านเวลา แอ็กชัน และก็นิยายวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างมุมมองที่สดใหม่ให้กับแฟรนไชส์คลาสสิก
เรื่องย่อ Terminator 5 Genisys (2015) คนเหล็ก 5 มหาฉิบหายจักรกลยึดโลก : ภาพยนตร์หัวข้อนี้เปิดตัวด้วยไคล์ รีสผู้ชาญชัยสำหรับในการต่อสู้ สวมบทบาทโดยไจ คอร์ทนีย์ ถูกส่งย้อนเวลากลับไปโดยจอห์น คอนเนอร์ เล่นบทโดยเจสัน คลาร์ก เพื่อคุ้มครองปกป้องซาราห์ คอนเนอร์ แม่ของจอห์น เล่นบทโดยเอมิเลีย คลาร์ก แม้กระนั้น เมื่อมาถึงในปี 1984 ไคล์ก็พบว่าสมัยก่อนมีการเปลี่ยนไป ซาราห์ คอนเนอร์ไม่ใช่พนักงานที่ทำหน้าที่ด้านการเสิร์ฟที่ช่วยเหลือตัวเองมิได้อย่างที่เขาคาดหมายอีกต่อไป คุณได้รับการอุปถัมภ์แล้วก็ฝึกหัดโดยเทอร์ไม่เนเตอร์ที่ตั้งโปรแกรมใหม่ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “ป๊อปส์” แล้วก็เล่นบทโดยอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์มาตั้งแต่เด็ก
- Terminator 6 Dark Fate (2019) คนเหล็ก 6 วิกฤตชะตาโลก
เป็นภาคที่ 6 ของซีรีส์ภาพยนตร์ Terminator อันเลื่องลือ ภาพยนตร์ประเด็นนี้ออกฉายในปี 2019 โดยนับว่าเป็นภาคต่อโดยตรงของ “Terminator 2: Judgement Day” โดยไม่สนใจเรื่องราวในรูปภาพยนตร์เรื่องต่อๆไป ด้วยการกลับมาของลินดา แฮมิลตัน ในบทซาราห์ คอนเนอร์ รวมทั้งอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ในบทเทอร์ไม่เนเตอร์ ภาพยนตร์ประเด็นนี้พรีเซนเทชั่นทั้งยังความนึกถึงและก็ความสดใหม่ของแฟรนไชส์
เรื่องย่อ:ภาพยนตร์เริ่มด้วยเทอร์ไม่เนเตอร์รูปแบบใหม่ Rev-9 (สวมบทโดย กาเบรียล ลูน่า) ถูกส่งย้อนเวลากลับไปเพื่อกำจัด ดานี รามอส (เล่นบทโดย ที่นาตาเลีย เรเยส) หญิงสาวผู้มีความจำเป็นต่ออนาคตของการต้านของผู้คน . ถูกส่งมาเพื่อปกป้องรักษา DaniหมายถึงGrace (รับบทบาทโดย Mackenzie Davis) ทหารเสริมจากอนาคต ซาราห์ คอนเนอร์ (ลินดา แฮมิลตัน) กลับไปสู่การต่อสู้อีกรอบในฐานะนักสู้ผู้แกร่งสำหรับเพื่อการต่อสู้แล้วก็มีความเคียดแค้นอาฆาตแค้นต่อเทอร์ไม่เนเตอร์ คุณร่วมมือกับเกรซรวมทั้งดานีเพื่อคุ้มครองป้องกันการหมดสิ้นเผ่าพันธุ์ของมนุษยชาติด้วยมือของเครื่องจักร
ผู้กำกับ คนเหล็ก- Xavier S. Puslowski
- เจมส์ คาเมรอน
- โจนาธาน มอสทาว
- แม็คจี
- อลัน เทย์เลอร์
- Tim Miller
- คารอลโกพิกเจอร์ส
- แปซิฟิกเวสเทิร์นโปรดักชันส์
- ไลต์สตอร์มเอนเทอร์เทนเมนต์
- เลอ สตูดิโอคาแนล+ เอส. เอ.
- อินเทอร์มีเดีย
- ซี2พิกเชอส์
- The Halcyon Company
- สกายแดนซ์โปรดักชันส์
- 20th Century Fox
- Skydance Media
- Tencent Pictures
- TSG Entertainment
- Lightstorm Entertainment
- เจเรมี ลอนดอน
- เอ มาร์ติเนซ
- โลแกน พอล
- อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์
- ลินดา แฮมิลตัน
- รอเบิร์ต แพทริค
- นิค สตาห์ล
แคลร์ เดนส์ - คริสตันนา โลเคน
- คริสเตียน เบล
- แซม วอร์ธธิงตัน
- แอนตัน เยลชิน
- มูน บลัดกูด
- ไบรซ์ ดัลลัส ฮาเวิร์ด
- คอมมอน
- จาดาเกรซ เบอร์รี
- เฮเลนา บอนแฮม คาร์เตอร์
- ไมเคิล ไอรอนไซด์
- เอมิเลีย คาร์ค
- เจสัน คลาร์ค
- ไจ คอร์ทนีย์
- อี บย็อง-ฮ็อน
- แม็กเคนซี่ เดวิส
- นาตาเลีย เรเยส
- กาเบรียล ลูน่า
- ดิเอโก้ โบเนต้า






[Soma] Retro Review
The Terminator : เกรด A
นี้คือ1ในหนังไซไฟยอดเยี่ยมตลอดกาล และยังเป็นแฟนไชส์หนังที่ได้รับความนิยมทั่วโลกด้วย แต่ว่ากว่าจะมาเป็นหนังเรื่องนี้นั้นนับว่าแสนลำบากยากเข็ญ ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นปี 1980 เจมส์ คาเมร่อน ผู้กำกับโนเนมที่มีผลงานเพียงเรื่องเดียวคือหนังเรื่องปิรันย่า2 ซึ่งเป็นหนังเกรดBส่งตรงวีดีโอชัดเจน ในขณะที่อยู่ในช่วงที่เค้าต้องตัดต่อหนังเรื่องนี้ เกิดฝันร้ายเห็นถึงโครกระดูกเหล็กลุกขึ้นมาจากกองไฟ จึงทำให้เค้าเกิดไอเดียถึงหนังเรื่องนึงขึ้นมาที่เกี่ยวข้องกับหญิงสาวที่ต้องหนีการตามล่าของหุ่นเหล็กจากอนาคตโดยชื่อว่า Terminator แต่หลังจากที่เค้านำไอเดียไปเสนอกลับกลายเป็นว่าไม่มีสตูดิโอไหนสนใจ นอกจากสตูดิโอเล็กๆชื่อว่า Orion ซึ่งในตอนแรกอยากจะได้ดารานามว่า โอเจ ซิมป์สัน มารับบทเป็นหุ่นเหล็ก Terminator แต่สุดท้ายดารากล้ามโตที่มีชื่อเสียงเล็กน้อยนามว่า อาร์โนลด์ ชวาสเน็กเกอร์ ได้ให้ความสนใจในบทนี้ แม้เค้าจะเจอเสียงคัดค้านว่าการเล่นบทตัวร้ายจะส่งผลถึงอาชีพเค้าในภายหลังได้ และได้ไมเคิล บีห์ มารับบทเป็นพระเอกของหนัง ลินดา แฮมิลตัน มารับบทเป็นนางเอกชื่อ ซาร่าคอนเนอร์ ในที่สุดโปรเจคก็ได้รับการอนุมัติด้วยทุนสร้าง 6.4 ล้านเหรียญ แต่ว่าไม่วายยังเกิดเรื่องซวยเมื่อ ดิโน่ เดอ ลอเรนดิส ได้เอาตัวอาโนลด์ไปเล่นหนัง โคแนน ภาค2 จนทำให้คาเมรอนไม่มีงานทำจนแทบจะไม่มีกินเลยทีเดียว หลังจากนั้น1ปีต่อมาหนังจึงได้เริ่มเปิดกล้อง
แต่การเปิดกล้องแต่ก็ไม่ได้สวยงามนัก การทำงานเป็นไปอย่างทุลักทุเลและลำบาก นอกจากต้องคอยพยายามทำให้เจ้าของสตูดิโอเห็นความดีของหนัง บางฉากยังต้องแอบถ่ายเพราะตัวคาเมร่อนไม่มีใบอนุญาติถ่ายภาพยนต์ด้วย แต่แล้วก็เริ่มมีเหตุทำให้งบดูถ้าจะบานปลาย จนผู้บริหารสตูดิโอจะเข้ามาแทรกแทรงหนังให้จบแค่ Terminator ตายในกองไฟไม่มีโครงกระดูกเหล็กที่เป็นแรงบันดาลใจแรกของคาเมร่อน แต่ว่าด้วยการพยายามต่อสู้การแทรกแทรงสุดท้ายหนังก็ดำเนินต่อได้อย่างไม่มีปัญหา จนในที่สุดหนังก็สำเร็จและได้ออกฉาย จากทุนสร้าง 6.9 ล้านหนังสามารถทำรายได้ถึง 38ล้าน และทั่วโลกกว่า 78 ล้าน ส่งผลให้อาโนลด์กลายเป็นดาราแอ็คชั่นแถวหน้า และเจมส์ คาเมร่อนกลายเป็นผู้กำกับหน้าจับตามาองของวงการทันที รวมถึงตัวภาพยนต์เรื่องนี้ขึ้นแท่น1ในหนังไซไฟยอดเยี่ยมตลอดกาลของหลายๆที่ด้วย
The Terminator ถือเป็นหนังไซไฟ-ระทึกขวัญ ที่ไอเดียสดใหม่และน่าสนใจ แม้เอามาดูในปัจจุบันก็ไม่ตกยุค หนังจะไม่ได้เน้นฉากแอ็คชั่นอะไรมากมายนัก จะเน้นไปที่ความระทึกขวัญและการพัฒนาของตัวละครซะมากกว่า ตัวหนังแสดงถึงโลกอนาคตที่ล้มสลายและเครื่องจักรยึดครองได้ดูดิบและน่ากลัว ฉากการไล่ล่านับว่าทำสนุกดูตื่นเต้น โดยเฉพาะฉากขับรถไล่ล่าชวงไคล์แมกท้ายเรื่อง และดูที่จะเป็นตัวขโมยซีนของหนังคงหนีไม่พ้นตัวร้ายอย่าง Terminator ที่รับบทโดยลุงกล้ามโตอาโนลด์สมัยหนุ่มๆ ที่ออกมาแต่ละครั้งน่ากลัวและน่าจดจำ อย่างฉากที่แกเดินเปลือยๆมาขอเสื้อ หรือฉากเข้ามาที่สถานีตำรวจกับประโยคอมตะที่เป็นสัญลักษณ์อย่างนึงของอาโนลคือ I”Be Back การแสดงแข็งๆของแกในยุคนั้นเข้ากับบทบาทหุ่นยนต์ได้อย่างดี และเอฟเฟคภายในหนังแม้จะเป็นหนังทุนต่ำ แต่ทำให้ดูดิบและน่ากลัวอย่างฉากกรีดแขนและควักลูกตาที่ชวนผวาน่าจดจำไปอีกนาน ลินดา แฮมิลตันที่แสดงเป็นซาร่า คอนเนอร์ ก็โชว์ให้เห็นถึงหญิงสาวธรรมดาที่ก้าวมาเป็นหญิงสาวที่ต้องสู้ชีวิตทำให้ชวนเชียร์ได้ถึงวินาทีสุดท้ายเลยทีเดียว และฉากที่เป็นแรงบันดาลใจของคาเมร่อนก็คือโครงกระดูกเหล็กท่ามกลางกองไฟที่ถือเป็นฉากระทึกขวัญคลาสสิคฉากนึงในวงการภาพยนต์ และโครงกระดูกเหล็กตัวนี้ที่ออกแบบโดยปรมจารย์เอฟเฟคผู้ล่วงลับ สแตน วิลสตัน ก็กลายเป็นงานเมคานิคดีไซน์ที่สวยงามกลายเป็นของขึ้นหิ้งทันที เนื่องจากหนังทุนต่ำจึงทำให้ใส่เอฟเฟคหรูๆไม่ได้ต้องใช้เอฟเฟคสต็แปโมชั่น แต่กลายเป็นว่าส่งผลให้ฉากสุดท้ายดูน่ากลัวชวนขวัญผวาทันที ดนตรีทั่วไปที่อาจไม่ได้โดดเด่น แต่ที่กลายเป็นความน่าจดจำก็คือ Theme ของหนังที่กลายเป็น1.นThemeเพลงอมตะตลอดกาลของโลกภาพยนต์ไปแล้ว บทของหนังที่เป็นปรัชญาถามไปถึงความน่ากลัวในโลกอนาคตและฉากจบหนังที่เสมือนมีคำถามทิ้งให้คนดูไปคิดต่อกันเอง
ไม่น่าแปลกที่ The Terminator จะถูกยอมรับว่าเป็นหนัง1ในไซไฟที่ทรงคุณค่า ทั้งบทที่ทันสมัยแม้ปัจจุบัน ความสนุกของตัวหนัง งานดีไซน์ ปรัชญาที่มีให้ ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ส่งผลให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังที่ยอดเยี่ยมและเป็นงานศิลปะที่น่าหลงไหลสำหรับคนที่ชอบหนังไซไฟ ที่น่าตกใจคือความอัจฉริยะของเจมส์ คาเมร่อน ที่สามารถใช้งบเพียงแค่ 6.4 ล้านสร้างสรรค์หนังไซไฟที่ดูไฮเทคและสนุกได้ขนาดนี้
Terminator 6 Dark Fate (2019) สมาคมผู้คลั่งไคล้ SuperHero[Review] Terminator: Dark Fate
การกลับมาของคนเหล็กหุ่นสังหารเทอร์มิเนเตอร์หลังจากภาคต่อและรีบูทครั้งแล้วครั้งเล่าที่ไม่ประสบผลสำเร็จได้แง่รายได้หรือคำวิจารณ์เสียที เพราะหลังจาก Terminator 2: Judgement Day เข้าฉาย มันก็กลายเป็นหนังขึ้นหิ้งชั้นครูที่มีการถ่ายทำอันโดดเด่น ฉากแอคชั่นสารพัดรูปแบบโผล่มาให้ตื่นเต้นทั้งเรื่อง เทคนิคการถ่ายทำที่สมัยนั้นถือว่าล้ำหน้ากว่าใครและบทบาทของ Linda Hamilton และ Arnold Schwarzenegger ที่กลายเป็นตำนานจนใครๆก็ต้องรู้จักชื่อซาร่าห์ คอนเนอร์ มารดาสุดแกร่งของจอห์น คอนเนอร์ ผู้นำฝ่ายต่อต้านในอนาคต และหุ่นสังหารรุ่น T800 โมเดล 101
Dark Fate ถือว่าเป็นการกลับมาของทั้ง 2 ตำนานโดยได้ James Cameron ผู้กำกับภาค 2 กลับไป produce และได้ Tim Miller ผู้กำกับ Deadpool มาขึ้นแท่นแทน โดยภาคนี้จะเล่าเรื่องของ เกรซ มนุษย์ดัดแปลงจากอนาคตที่ถูกส่งมาปกป้อง แดเนียลลา ในยุคปัจจุบันจากการตามล่าของหุ่นสังหารรุ่นใหม่ที่อันตรายกว่าเดิมและโหดกว่าเก่า ทำให้ ซาร่าห์ คอนเนอร์ ที่แก่ตัวลงจากภาค 2 กลับมาอีกครั้งเพื่อช่วยเหลือทั้ง 2 ด้วยประสบการณ์ของเธอจากที่เคยต่อกรกับเทอมิเนเตอร์มาก่อน โดยภาคนี้จะเป็นภาคต่อของ Judgement Day ด้วย ดังนั้นเราสามารถลืมภาค 3, Salvation และ Genisys ไปได้เลย
ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากไปดูรอบสื่อเมื่อวันจันทร์คือ สนุกมากกกกกก โอ้มายก้อดดดดดดดดดดดดดดด Dark Fate ถือว่าเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่นับจาก Terminator 2 เพราะการกลับไปเล่นเพลย์เซฟ แล้วมุ่งเน้นไปที่ตัวละคร การดีไซน์ฉากแอคชั่น เนื้อหาเบื้องลึกที่ผสมผสานแนบเนียนไปกับการเล่าเรื่องทำให้ punchline หรือจุดคลี่คลายและเผยบทเรียนสำคัญของภาคนี้นั้นหนักแน่นและกินใจเหมือนเราได้กลับไปดู Terminator 2 ยังไงอย่างงั้น
สิ่งที่ทำให้หนังสนุกสุดๆและโดดเด่นที่สุดคือฉากแอคชั่น Sequenceการต่อสู้ทำออกมาในขั้นยอดเยี่ยม ตัวอย่างที่ปล่อยเราคิดว่าเยอะเกินไปแล้ววว แต่พอมาดูของจริง มันยิ่งกว่านั้นมาก ฉะนั้นเชื่อเลยว่าตัวอย่างนั่นคือน้ำจิ้มจริงๆ คือมันดีไซน์ออกมาพลิ้วไหว มีที่มาที่ไป ตื่นเต้น ใจเต้นตุ้บๆๆๆ เสียงซาวนด์เอฟเฟคดังปังๆๆสนั่นหูเลยในระบบ IMAX ต้องปริบมือให้กับการแสดงของ Mackenzie Davis และ Gabriel Luna ที่บู๊กันแหลกลาญและเป็นตัวสำคัญของเรื่องจริงๆ ดาวเด่นของเรื่องคงยกให้แมคเคนซี่ที่โคตรเท่ โคตรสุด อยากพาไปออดิชั่นเข้าอเวนเจอร์
ด้านเนื้อหา ต้องขอยืนยันว่า Dark Fate คือ The Force Awakens สำหรับแฟรนไชส์ Terminator ตามรีวิวเมืองนอกว่าไว้จริงๆ มันคือการเอาของเก่าหรือ Terminator 2 มาปรับทำใหม่ให้โมเดิร์นขึ้น เข้ากับยุคสมัย มี references เท่ๆมากมายจากภาค 2 การดำเนินเรื่องหรือพล็อตที่คล้ายคลึงกัน ส่วนที่เราชอบจริงๆคือ hidden meaning หรือบทเรียนที่หนังได้มอบให้ผู้ชมและแฟนๆของหนังคนเหล็กต่างหาก ในแฟรนไชส์นี้ เราได้ดูวิธีการข้ามเวลา สู้เพื่อปกป้องบุคคลคนนึงที่เปลี่ยนแปลงชะตากรรมมนุษยชาติได้ แต่มันไม่ได้หมายความว่า ในอนาคตโลกจะไม่ถูกพวกเอไอหุ่นยนต์สังหารเหล่านี้ล้างบาง จึงเกิดเป็นคำถามที่ว่าทำไมตัวละครเหล่านี้ถึงยังยอมสู้ต่อไปเรื่อยๆ Dark Fate จะตอบคำถามนี้ด้วยการกระทำ การเล่าเรื่องตั้งแต่ต้น และฉากจบที่ตราตรึงพร้อมกับมอบความหวังใหม่ให้กับแฟรนไชส์นี้ที่เกือบจะดับไปตามอนาคตของมนุษย์ในหนังชุดนี้เสียแล้ว
ส่วนสำคัญของหนังอีกอย่างที่ต้องสรรเสริญในย่อหน้าแยกเลยคือ Linda Hamilton และ Arnold Schwarzenegger ซึ่งเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แฟรนไชส์นี้จริงๆ นักแสดงบางคนเมื่อแก่ตัวไปจะเริ่มแสดงได้ไม่เหมือนเดิม แต่ 2 คนนี้ไม่ใช่นักแสดงเหล่านั้น โดยเฉพาะแม่ลินดาที่ยังสามารถถ่ายทอดความเป็นแม่ และการแสดงฉากดราม่าได้อย่างตราตรึงและชวนคิดถึงภาค 1-2 หากใครต้องการไปดู 2 คนนี้โดยเฉพาะบอกเลยว่าไม่ผิดหวัง ท่านพ่อท่านแม่ตัวจริงกลับมาแล้ว !!!
ข้อเสียจริงๆของ Dark Fate เลยคือมีความเป็น T2 มากจนเกินไป เลยทำให้พล็อต ฉากต่างๆมีความเป็น T2 เช่นเดียวกัน
ดยรวมแล้ว Terminator: Dark Fate เป็นหนึ่งในแอคชั่นที่ดีที่สุดของปีนี้ ทุกคนควรไปดู และดูภาค 1-2 ไปก่อนด้วยจะได้อารมณ์มากๆ รักท่านแม่ท่านพ่อที่สุด รักกก
ปล1 ซาร่าห์คอนเนอร์ฉอดเก่งเหมือนเดิม
ปล2 ทุกคนจะต้องร้องไห้ให้กับฉากๆนึงอย่างแน่นอน
ปล3 ทุกคนจะอยากได้ Mackenzie Davis เป็นแฟน
ปล4 ต่อจากนี้ รีวิวจะไม่ให้คะแนนแล้ว
Terminator 4 Salvation (2009) J-HERO.COM[Soma] Retro Movie Review
Terminator Salvation : เกรด B
หลังจากการนำคนเหล็กกลับมาขึ้นจออีกครั้งใน Terminator 3 Rise of the Machines ไม่ประสบความสำเร็จทั้งในแง่รายได้และคำวิจารณ์ ทำให้โครงการที่จะทำหนังภาคที่4ต้องชะงักลง 6ปีต่อมาสตูดิโออิสระนามว่า Halcyon ได้ซื้อลิขสิทธิ์ของหนังเรื่องนี้มาได้และดำเนินโครงการภาค4ที่ค้างคาเอาไว้ทันที แต่ว่าการดำเนินโครงการก็ประสบปัญหาใหญ่ถึง2ข้อนั้นก็คือ เจมส์ คาเมร่อนยังคงไม่มานั่งเก้าอี้กำกับเช่นเดิมเหตุผลเหมือนที่เค้าทำกับภาค3 (ส่วนนึงเพราะเค้ากำลังดำเนินโปรเยค Avatarด้วย) สิ่งที่2คือ อาโนลด์ ชวาสเน็กเกอร์ ที่ลาวงการหนังมานั่งเก้าอี้ผู้ว่ารัฐแคลิฟอเนียร์อยู่ นั้นเท่ากับว่าคนเหล็กภาคนี้จะไร้ซึ่ง2ขุมพลังอันเป็นสัญลักษณ์ของหนังเรื่องนี้ทันที แต่ถึงยังไงโครงการหนังยังต้องดำเนินต่อไป ผู้กำกับที่มารับหน้าที่แทยคือ แม็ค จี ผู้ที่มีผลงานอย่างชาร์ลี แองเจิ้ล ทั้ง2ภาค เมื่อแฟนเดนตายทราบต่างพากันกุกระแสแง่ลบในทันที นับว่าหนังถูกวางระเบิดตั้งแต่ยังไม่ทันถ่ายทำด้วยซ้ำไป
โครงเรื่องภาคนี้ได้นำเรื่องของสงครามในอนาคตที่หนังทุกภาคเกริ่นเพียงเล็กน้อยเท่านั้นมาเล่าเป็นเรื่องราวแบบเต็มๆซะที (ซึ่งก็เข้ากับฉากจบของภาค3 และจากการที่แม็คจีได้รับกระแสต่อต้าน เค้าจึงเดินทางไปขอคำแนะนำบางส่วนจาก เจมส์ คาเมร่อน ด้วยตัวเอง แม้จะได้คำแนะนำไม่มากนักก็ตามที และการคัดเลือกนักแสดงก็เริ่มขึ้น คริสเตียน เบล ตัวเลือกแรกที่ถูกจับตามองทันทีที่จะมารับบทจอห์น คอนเนอร์ (อีกอย่างเบลก็พึ่งดังจาก The Dark Knight มาด้วย) แต่หลังจากที่แม็คจีเอาบทที่ถูกเขียนโดยคนเขียนบทภาค3ไปเสนอ เบลโยนทิ้งแล้วบอกไปตายซะ นั้นทำให้แม็คจีต้องหาคนมาขัดเกลาบทเพิ่ม 1ในนั้นก็คือ โจนาธาน โนแลนด์ น้องชายของคริสโตเฟอร์ โนแลนด์ นั้นเอง และเมื่อบทถูกขัดเกลาแล้วแม็คจีจึงนำไปเสนอแก่เบลอีกครั้ง และนั้นทำให้เค้าตบปากรับคำว่าจะมาแสดง และหนังยังได้นักแสดงที่ยังไม่ดังมากในตอนนั้นอย่าง แซม เวอธิงตัน (ต่อมาก็ถูกคาเมร่อนนำมาแสดง Avatar) มารับบทตัวละครสำคัญอีกคนในหนังนามว่ามาร์คัส และได้ดาราโนเนมอย่าง แอลตัน เยอชิน มารับบทเป็นไคล์ ริช วัยหนุ่ม ยิ่งกว่านั้นคือข่าวดีของแฟนๆคนเหล็กเพราะว่า ลินดา แฮมิลตัน เจ้าของบทซร่า คอนเนอร์ ได้ตกลงที่จะมาปรากฏในรูปแบบเสียงในภาพยนต์ด้วย ส่วนเมคานิคดีไซน์ภายในโลกยุคสงครามนี้ยังได้สแตน วินสตัน เจ้าเก่าคนเดิมมาออกแบบให้ แต่น่าเสียดายที่นี้เป็นผลงานการออกแบบสุดท้ายของเค้าก่อนที่จะเสียชีวิตไปในเดือนมิถุนายน 2008 ซึ่งเสียชีวิตก่อนที่หนังจะถ่ายทำซะอีก
เมื่อทุกอย่างลงตัวหนังจึงเริ่มถ่ายทำด้วยงบสูงถึง 200ล้านเหรียญ และหนังก็เข้าฉายในวันที่ 21 พฤษภาคม 2009 แต่น่าเสียดายที่รายได้หนังไม่เปรี้ยงอย่างที่หวังด้วยกระแสติดลบจากภาค3มาด้วย หนังทำรายได้เพียงแค่ 125 ล้านเหรียญในอเมริกา และทั่วโลกแค่ 371 ล้านเหรียญ ส่งผลให้สตูดิโอ Halcyon ประสบภาวะล้มละลายจนต้องเกิดการประมูลลิขสิทธิ์หนังอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้ตกอยู่ในมือของสตูดิโอยูนิเวอร์แซล และแผนการทำภาค5ยังคงมีในตอนนี้
Terminator Salvation อาจจะเทียบไม่ได้กับภาค1และ2 แต่หนังคุณภาพดีกว่าภาค3หลายเท่าตัว อย่างแรกที่ต้องบอกเลยกลิ่นอายของหนังจะแตกต่างจากเดิม เพราะว่าภาคนี้เปลี่ยนไปเป็นบรรยากาศหนังสงครามอนาคต จึงไร้บรรยากาศแบบหนังระทึกขวัญแบบภาคก่อนๆกลายเป็นหนังแอ็คชั่นสงครามเต็มรูปแบบ แฟนๆหลายคนจึงอาจจะปรับอารมณ์จุดนี้ไม่ทันพาลไปทางไม่ชอบกัน แต่ถ้ารับได้หนังเรื่องนี้ถือเป็นหนังที่สนุกมาก ฉากแอ็คชั่นหลายฉากทำได้สนุกเอามากๆ อย่างเช่นฉากตอนชิงตัวไคล์ ริช หรือ ฉากปะทะT-800 ในตอนท้ายที่ดึงอารมณ์ของหนังคนตเหล็กภาคแรกออกมาได้ทันทีรวมถึงทำให้อารมณ์หนังTerminatorที่แฟนๆชอบกลับมาอีกครั้ง (และฉากนี้ยังมีหลายๆจุดที่คารวะหนังภาคแรกของคาเมร่อนด้วย) และสิ่งที่เซอร์ไพร์สสุดๆในหนังคงเป็นการปรากฏตัวในรูปแบบ CGI ของอาโนลด์ ซึ่งเป็นคำยืนยันว่าหนังซีรีย์นี้ขาดเค้าไปไม่ได้
ส่วนเรื่องบทของหนังแม้จะเป็นเรื่องของสงครามอนาคตและตัวเดินเรื่องคือจอห์น คอนเนอร์ แต่ว่าความโดดเด่นและเรื่องราวกลับโยนไปทางตัวละครใหม่มาร์คัส ไรท์ ที่เป็นหุ่นผสมมนุษย์ แม้ว่าปูมหลังทำให้ตัวละครตัวนี้น่าสนใจแต่ว่าหนังสื่อไม่ดีพอที่จะทำให้คนดูอินตามและอยากจะรู้เรื่องราวของตัวละครตัวนี้ ในทางกลับกันจอห์น คอนเนอร์กลับไร้ความโดดเด่นไปสิ้นเชิงจนกระทั้งเกือบท้ายเรื่องซึ่งนับเป็นจุดบกพร่องทันทีเพราะว่าแฟนๆของหนังซีรีย์นี้อยากเห็นบทบาทของจอห์น คอนเนอร์ ตัวละครที่เค้าผูกพันมานานมากกว่าตัวละครใหม่ที่เป็นใครไม่รู้ น่าเสียดายที่ความพยายามฉีกบทไปอีกแนวทางของหนังดูจะไม่ประสบความสำเร็จดั่งที่คาดหวังไว้ ส่วนดาราที่เกริ่นไว้แต่ต้นก็เล่นได้ไม่มีใครดีเลิศหรือน่าจดจำแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ดูเหมือนจะโดนใจผมเอามากๆคือหนังได้ใส่รายละเอียดเล็กๆที่ปรากฏลงในหนังทั้งภาค1และ2 เอาไว้ในภาคนี้ด้วย (เช่นแผลที่ตาของจอห์นในตอนต้นของภาค2) แม้จะเป็นรายละเอียดเล็กน้อยแต่บ่งบอกถึงความใส่ใจของทีมงานต่อหนังซีรีย์นี้ได้อย่างดี
แต่ที่น่าชื่นชมเอามากๆคือดีไซน์ภายในหนังที่ทำออกมาได้ดี ตั้งแต่หุ่นยนต์รุ่นต่างๆที่เด่นชัดเรื่องของสายพัฒนาทำให้ดูน่าเชื่อถือ แต่ก็น่าขำเพราะดีไซน์ของหุ่นบางตัวพาลเอาให้นึกถึงหนังที่ฉายไปก่อนแล้วอย่าง ทรานฟอเมอร์ ทันที หรือดีไซน์โลเคชั่นของโลกยุคสงครามที่ดูดีเอามากๆทำให้รับรู้ถึงความสิ้นหวังและหายนะที่เกิดขึ้นทันที นับว่าเรื่องดีไซน์ของหนังเอาอยู่ได้เหมือนกัน
น่าเสียดายเพราะคุณภาพของ Terminator Salvation ดูดีเอามากๆ อีกทั้งแม็คจียังทำหลายๆจุดในหนังเหมือนกับการคารวะต้นฉบับของเจมส์ คาเมร่อน หนังเอาใจใส่กับสิ่งที่ต้นฉบับเดินมาได้ดี ฉากแอ็คชั่นในหนังดูสนุกและเพลิดเพลินเอามากๆ ฉากการประจันหน้ากับ T-800 ที่ดึงอารมณ์หนังคนเหล็กแบบเดิมๆกลับมาได้ดีมาก น่าเสียดายที่บทหนังเน้นตัวละครผิดคนและทำได้ไม่ดีพอทำให้หนังขาดจุดน่าจดจำในจุดของเนื้อเรื่องไป แต่ว่าหนังภาคนี้นับว่าเป็นภาคที่เติมเต็มจักรวาลของ Terminator ที่มาจากจุดเล็กๆของผู้กำกับโนเนมคนนึงเมื่อเกือบ 30 กว่าปีได้อย่างดีมากๆ ผมอาจจะเห็นต่างจากคนอื่นที่เป็นแฟนหนังชุดนี้ แต่สำหรับผมที่ติดตามหนังชุดนี้มาโดยตลอด ผมพอใจกับ Terminator Salvation พอสมควรครับ
เล็กๆน้อยๆ : หนังภาคนี้เป็นภาคแรกของซีรีย์ที่ได้เรต PG-13 หนัง3ภาคแรกได้เรตRทั้งหมดครับผม
Neurologist P[คุยหนังวันหยุด] รีวิว จักรวาล Terminator [ไม่สปอยภาคล่าสุด] + ภาค 3 ในไอเดียของผม
ส่วนตัวดูทุกภาค และ หลายรอบมากๆ…..หลังๆเริ่มออกทะเลจนหงุดหงิด อยากให้ลุงเจมส์มาจัดการไอเดียตัวเองให้เรียบร้อยมากกว่า avatar ซะอีก
The terminator (1984)…..จุดเริ่มต้นของตำนานจากความฝันของเจมส์ คาเมร่อน น่าจะเป็นหนังแนวไล่ล่า + Sci-fi ระดับตำนาน ที่แม้จะเพิ่งเริ่มทุนไม่มาก แต่ดูสนุก ตื่นเต้น และลุ้นพอสมควรแม้จะเอากลับมาดูอีกครั้งในยุคนี้ก็ตาม
ให้คะแนน 8.4/10
Terminator 2 judgment day (1991)…..สานต่อแบบจัดเต็มของแท้ หลังภาคแรกกำไรกว่า 10 เท่า (5 ล้าน รายได้ 78 ล้านดอลล่า) ภาคนี้จัดหนักกว่า 100 ล้าน (น่าจะเยอะสุดในช่วงนั้น)…..คาเมร่อน จัดเต็ม ทั้ง บทหนังที่เข้มข้น ดราม่า ลงตัว เรียกว่า ดราม่า รัก โกรธ ตื่นเต้น เศร้า สิ้นหวัง เอาตัวรอด โหด ลุ้น ครบทุกอารมณ์ การปูบทและนำเข้าเนื้อเรื่องที่โครตดี นักแสดงที่ลงตัว การกำกับ ตัดต่อ งานกราฟฟิก ถือว่าสุดจริงๆ ในตอนนั้น…..เพิ่งได้ดูแบบ Blue ray ไป ภาพแจ่มกว่าตอนดู VDO สมัยก่อนนัก เรียกว่าผ่านไปเกือบ 30 ปี มันยังฟินอยู่เลยนะตอนนี้
ให้คะแนน 9.2/10
Terminator 3 rise of the machines (2003)……เหมือน เจมส์ คาเมร่อน ไม่ได้ฝันไกลไปกว่าภาคสอง…..ผ่านไปสิบกว่าปี (น่าจะเป็นช่วงที่อาร์โนลด์รับตำแหน่งผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย) ด้วยความสำเร็จของสองภาคแรก ยังไงสตูดิโอก็ต้องต่อยอดอยู่แล้ว…..จริงๆบทเรื่องนี้ก็พอได้อยู่นะ แม้บางอย่างจะขัดกับภาคสอง ภาคนี้วงวางไว้ให้เป็นจุดเริ่มต้นของระบบ Skynet สิ่งที่หวังว่าจะกำจัด Skynet ในอนาคตได้ในภาค 2 แค่เลื่อนเวลาออกไป ….. จุดนึงที่พลาดของหนังเรื่องนี้ คือ การเลือกนักแสดง ทั้ง จอห์น คอนเนอร์ และตัวร้าย คอนเนอร์ นี่หนักเลย บุคลิกดูไม่มีความเป็นผู้นำ ตัวร้ายแม้จะเก่งแต่ก็ขาดสเน่ห์ ดูไม่น่ากลัว ไม่ตื่นเต้นเลย แถมยังขาด ลินดา แฮมิลตัน ด้วย …..แม้ฉาก action จะดูสนุก แต่ด้วยบทที่ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่มาก กับ นักแสดงที่แคสมาไม่โดนมันก็ขัดๆพอสมควร
ให้คะแนน 8.0/10
Terminator salvation (2009)…..ไม่ใช้ เลข 4 นะ ขอเปลี่ยนทั้งโทนหนังจากแนวแอคชั่น ไล่ล่า เป็น หนังสงครามเต็มตัวระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร…..ภาคนี้จัดหนักดาราทั้ง คริสเตียนเบล และ แซม เวิสติงตัน แต่บทก็ไม่ค่อยส่งเท่าไหร่ ….เนื้อเรื่องเริ่มด้วยโลกอนาคตที่จอห์น คอนเนอร์กลายเป็นผู้นำกองกำลังต่อต้านจักรกล…..ขณะเดียวกัน Skynet ก็สามารถสร้างมนุษย์จักรกลได้ ที่สามารถแทรกซึมและพยายามจะนำจอห์น คอนเนอร์ เข้ามาสู่ใจกลาง Skynet เพื่อสังหาร……ภาคนี้จะเห็นภาพโลกอนาคตที่เป็น flashback ในภาค 1,2 ซึ่งก็ทำได้ดี เพราะงานภาพ งาน post production โอเครแล้ว…..หนังเปลี่ยนโทนหนังไป แม้ไม่นับภาพจำเดิมๆ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ๆให้น่าจดจำ (ไม่พีค)
ให้คะแนน 7.6/10
5. Terminator genesis (2016)…..หนังพยายามจะต่อยอดจากภาคที่ 4 แต่ยังหวนหาภาค 2 อยู่…..ซึ่งยิ่งหวนหายิ่งเหมือนทำร้าย บทหนังกับนักแสดงทำร้ายความทรงจำจากภาค 2 มาก คอนเนอร์ดูไม่มีมาดผู้นำ ซ้ำยังถูกทำให้เป็นตัวร้าย ซาร์ร่า แก่น แต่ไม่แกร่งเลย อาโนลด์ตลกโปกฮา ไคล์ รีส ก็ดูวัยรุ่น บุ่มบ่าม หวาดระแวง ดูไม่สุขขุม เสียสละ เหมือนภาค 1 ….ความดีอย่างเดียวของภาคนี้แค่ได้เห็นฉาก action ให้หลายอยากแค่นั้น สู้เอามันส์เฉยๆ แต่ไม่ได้มีฉากไหนน่าจดจำเลย ถือว่าเป็นอีกไทม์ไลน์ที่ลืมๆไปซะดีกว่า
ให้คะแนน 6.4/10
6. Terminator dark fate (2019)…..เจมส์ คาเมร่อน ดูบทภาค genesis แล้วคงปวดใจ (แต่จำได้ว่าออกมาช่วยโปรโมท) เอาว่ะ เดี๋ยวตูจัดให้ใหม่ ขึ้นแท่นเป็นโปรดิวเซอร์ ผมพยายามหาบทสัมภาษณ์ว่าแกให้ไอเดียอะไรมาบ้าง แต่เหมือนจะไม่ได้บอก (ถ้าบอกก็สปอยจิ) แต่หลังจากที่ได้ดูต้องบอกว่า นี่ คือ เอาจริงแล้วใช่ไหม???? จริงดิ….บทหนังไม่ขอสปอยล่ะกัน แต่เอาเป็นว่า ต่อจากภาคสองเลยโดยตรง…..ได้ ลินดา ฮัมมิงตัน อาร์โนลด์ และ เอ็ดเวิร์ด เฟอร์ลอง (จอห์น คอนเนอร์) เดิม กลับมาเดินเรื่อง ลินดา ไม่ทำให้ผิดหวัง แต่อาร์โนลด์ตั้งแต่เป็นหุ่นที่มีความแก่ชราตามอายุ รู้สึกมันขัดกับความรู้สึกเดิมๆ ส่วนที่เหลือรู้สึกธรรมดามากๆ โดยเฉพาะนางเอกที่ดูแล้วเฉยๆมาก ตัวร้ายที่เก่งแต่ก็ไม่ได้ดูน่าเกรงขามเลย (อาจจะเพราะมุขเดิมๆจนชินแล้ว)…..ตัวหนัง ดำเนินเรื่องเร็ว ไม่มีการปูบทตัวละครให้อินมากพอ แม้จะไม่ได้มีช่วงเหนือย แต่ก็ไม่ถึงกับมีฉากให้น่าจดจำ (อีกแล้ว) ฉากต่อสู้ที่รวดเร็ว เน้นเอามันส์ แต่ไม่ขลังเหมือนภาคก่อนๆ ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น หรือ อินแต่อย่างใด…..ฉากต่อสู้ก็เน้นโทนมืด แต่แสงไม่ได้ส่งเลย…..งานภาพต้องบอกว่าเฉยๆมากถ้าเทียบกับหนังในยุคนี้นะ ไม่มีอะไรแปลกใหม่หรือว้าวเลย…..สรุป คือ ผิดหวังทั้งบท การต่อสู้ที่ซ้ำซากจำเจ ตัวละครนอกจากลินดา ตัวอื่นไร้มิติมากๆ งานภาพที่ต้องบอกว่าธรรมดาสุดๆในยุคนี้ ไม่มีอะไรให้จดจำ…..ดูแล้วเหมือน studio อยากจะไปต่อ แต่ส่วนตัวขอลุ้นว่ามีคนมา reboot ใหม่ ใช้ CG ดาราเก่าตอนหนุ่มสาวดีกว่าและหวังว่าจะดีกว่าภาคนี้
ให้คะแนน 6.8/10
ภาค 3 ในไอเดียของผมเอง ….. ถ้านับแค่ 1 , 2 และ ตัดเนื้อหาของทุกภาคทิ้งไปนะ
เกิดสงครามมนุษย์กลับเครื่องจักรจริงๆ ขอฉากรบแบบจริงจังนะ….โดยที่จอห์นเองก็ไม่รู้ตัว นึกว่าหยุดได้แล้ว…..จอห์นรวบรวมมนุษย์ที่เหลือเข้าสู้กับหุ่นยนต์…..แต่กินกันไม่ลง จน skynet ส่งมนุษย์ดัดแปลงเข้ามาแทรกซึมและหลอกล่อจอห์นให้เข้าไปที่ศูนย์กลาง Skynet จนจอห์นได้รู้ว่า จริงๆ แล้ว skynet เองก็ถูก hack ระบบโดยมนุษย์ผู้ร้าย (region) และกำลังจะถูกยึดทั้งระบบ….จอห์น พูดเกลี่ยกล่อมให้ skynet ยอมให้ตัวเองเข้าระบบเพื่อค้นหาที่มาขององค์กรลับ region….จอห์นและ skynet (มนุษย์ + หุ่น T-800 , T 1000) ร่วมกันทำลายรังของ region ที่อยู่ใต้ดิน…..มนุษย์กับหุ่นยนต์ร่วมมือกันสร้างโลกที่สวยงามเป็นมิตรกับธรรมชาติ บลาๆๆ
ดูซีรีย์ คนเหล็ก ทุกภาคTerminator 2 Judgment Day (1991) เทอร์มิเนเตอร์ 2
Terminator 3 Rise Of The Machines (2003)
Terminator 6 Dark Fate (2019)
[/read]
