Dune ดูน
ดูน (อังกฤษ: Dune; มีชื่อบนหน้าจอว่า Dune: Part One)[5] เป็นภาพยนตร์นิยายวิทยาศาสตร์แนวมหากาพย์อเมริกันที่ออกฉายในปี ค.ศ. 2021 กำกับโดย เดอนี วีลเนิฟว์ พร้อมบทภาพยนตร์โดย จอน สเปตส์, เดอนี วีลเนิฟว์ และ อีริก รอธ เป็นครั้งแรกของการวางแผนดัดแปลงสองส่วนจากนวนิยายชื่อเดียวกันปี ค.ศ. 1965 โดยแฟรงค์ เฮอร์เบิร์ต ซึ่งจะครอบคลุมเนื้อหาประมาณครึ่งแรกของหนังสือ ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดยทีมนักแสดง ได้แก่ ทิโมธี ชาลาเมต์, รีเบคกา เฟอร์กูสัน, โอสการ์ อิซาอัก, จอช โบรลิน, สเต็ลลัน สกอชกวด, เดฟ บอทิสตา, สตีเฟน แมกคินลีย์ เฮนเดอร์สัน, เซ็นเดยา, เดวิด ดัสมอลเชิน, จาง เจิ้น, ชารอน ดันแคน-บริวสเตอร์, ชาร์ลอตต์ แรมพลิง, เฆาบิเอร์ บาร์เดมจสัน โมโมอา และ [read more]
แนะนำรวมหนัง ดูน Dune Dune (2021) เรื่องย่อ“Dune” dune part 2 กำกับโดยเดนิส วิลล์เนิฟ เป็นผลงานดัดแปลงจากนิยายวิทยาศาสตร์อันโด่งดังของแฟรงค์ เฮอร์เบิร์ต ที่มีภาพสวยงามและมีเนื้อหาเข้มข้น ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายในปี 2021 โดยนำผู้ชมไปยังดาวเคราะห์ทะเลทรายอาร์ราคิส ที่ซึ่งกลอุบายทางการเมือง การแย่งชิงอำนาจ และชะตากรรมของฮีโร่หนุ่มมาปะทะกันในเรื่องราวมหากาพย์ของการเอาชีวิตรอดและการพิชิต Dune ภาค 2 เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอนาคตอันไกลโพ้น ติดตามการเดินทางของ Paul Atreides ซึ่งรับบทโดย Timothée Chalamet
สืบทอดของ House Atreides ในขณะที่ครอบครัวของเขาเข้าควบคุม Arrakis ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดเครื่องเทศอันทรงคุณค่าแห่งเดียวในจักรวาล ขณะที่พอลต้องต่อสู้กับอัตลักษณ์ของตัวเองและน้ำหนักของมรดกของครอบครัว เขาก็พัวพันกับความขัดแย้งร้ายแรงระหว่างกลุ่มคู่แข่งที่แย่งชิงการควบคุมอาร์ราคิสและทรัพยากรอันล้ำค่าของมัน
ทิโมธี ชาลาเมต์แสดงได้อย่างน่าหลงใหลในบทพอล อทรัยเดส โดยถ่ายทอดความอ่อนแอ ความมุ่งมั่น และความวุ่นวายภายในของตัวละครได้อย่างลึกซึ้งและละเอียดอ่อน ในขณะที่พอลนำทางการเมืองที่ทรยศของอาร์ราคิสและค้นพบพลังที่ซ่อนอยู่ของเขาเอง ชาลาเมต์ก็ถ่ายทอดการเดินทางของเขาในการค้นพบตัวเองด้วยความเข้มข้นอันเงียบสงบที่ยึดเหนี่ยวภาพยนตร์เรื่องนี้นักแสดงสมทบ
ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ด้วยการแสดงที่โดดเด่นของรีเบคก้า เฟอร์กูสันในบทเลดี้ เจสสิก้า แม่ของพอล และสมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มพี่น้องเบเน่ เกสเซอริท; Oscar Isaac รับบทเป็น Duke Leto Atreides
พ่อของ Paul และผู้นำของ House Atreides; Zendaya รับบทเป็น Chani ชาว Arrakis และ Paul ที่มีความรักอันลึกลับ และเจสัน โมโมอารับบทเป็นดันแคน ไอดาโฮ นักรบผู้ภักดีและคนสนิทของตระกูลอทรัยเดส นักแสดงแต่ละคนนำความลึกและความซับซ้อนมาสู่บทบาทของตน โดยเพิ่มชั้นของความน่าสนใจและอารมณ์ความรู้สึกให้กับเรื่องราว
หากมองในแง่สายตาแล้ว “Dune” ถือเป็นงานที่น่าจับตามอง ด้วยภาพยนต์ที่น่าทึ่งและการออกแบบการผลิตที่สร้างแรงบันดาลใจอันน่าเกรงขาม ซึ่งจะพาผู้ชมไปสู่ภูมิทัศน์ที่โหดร้ายและไม่อาจให้อภัยของ Arrakis ตั้งแต่ทิวทัศน์อันกว้างไกลของทะเลทรายไปจนถึงรายละเอียดที่ซับซ้อนของสถาปัตยกรรมอันวิจิตรงดงาม ทุกเฟรมได้รับการสร้างสรรค์อย่าง
พิถีพิถันเพื่อให้ผู้ชมดื่มด่ำไปกับโลกแห่งจินตนาการของเฮอร์เบิร์ตการกำกับของเดนิส วิลล์เนิฟนั้นเชี่ยวชาญ โดยสร้างสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างการแสดงที่ยิ่งใหญ่และดรามาของตัวละครที่ใกล้ชิด ตั้งแต่ขนาดมหึมาของการเมืองระหว่างดวงดาวไปจนถึงการต่อสู้ส่วนตัวของตัวละคร Villeneuve ผสมผสานเรื่องราวการเล่าเรื่องหลายเรื่องอย่างช่ำชองเพื่อสร้างเรื่องราวที่เหนียวแน่นและน่าดึงดูด
ตามธีมแล้ว “Dune” จะสำรวจคำถามเหนือกาลเวลาเกี่ยวกับอำนาจ โชคชะตา และธรรมชาติของมนุษยชาติ ขณะที่พอลต้องต่อสู้กับอัตลักษณ์ของตัวเองและมรดกของครอบครัว เขาเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอันโหดร้ายของลัทธิล่าอาณานิคม ลัทธิจักรวรรดินิยม และการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบที่ทันท่วงทีและสะท้อนถึงปัญหาร่วมสมัยที่โลกของเราเผชิญอยู่โดยรวมแล้ว “Dune” part 1 คือชัยชนะของการสร้างภาพยนตร์แนวไซไฟ โดยผสมผสานภาพที่สวยงาม การแสดงที่น่าดึงดูด และธีมที่กระตุ้นความคิด เพื่อสร้างประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ที่ดื่มด่ำและน่าจดจำ ด้วยขอบเขตอันยิ่งใหญ่ ตำนานอันยาวนาน และตัวละครที่ยากจะลืมเลือน ภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้ผู้ชมตั้งตารอภาคต่อไปของการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ของพอล อทรัยเดส
Dune Part Two (2024) ดูน ภาค 2 เรื่องย่อ“Dune Part Two” dune part 2 พากย์ไทย สานต่อเรื่องราวมหากาพย์ที่เริ่มต้นขึ้นในการดัดแปลงของเดนิส วิลล์เนิฟ นวนิยายวิทยาศาสตร์ชื่อดังของแฟรงก์ เฮอร์เบิร์ต “Dune” ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายในปี 2024 โดยดำเนินเรื่องจากจุดที่ภาคก่อนทิ้งไว้ โดยเจาะลึกเข้าไปในจักรวาล Arrakis และผู้อยู่อาศัยในจักรวาลที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยชั้นมากมาย
เรื่องราวติดตาม dune ภาคแรก Paul Atreides ซึ่งแสดงโดย Timothée Chalamet ในขณะที่เขานำทางการเมืองที่ทรยศของดาวเคราะห์ทะเลทราย Arrakis และเติมเต็มชะตากรรมของเขาในฐานะพระเมสสิยาห์ตามคำพยากรณ์ที่รู้จักกันในชื่อ Muad’Dib ด้วยความช่วยเหลือของ Fremen ชนพื้นเมืองของ Arrakis ที่นำโดย Stilgar (รับบทโดย Javier Bardem) และ Chani (รับบทโดย Zendaya) พอลต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังอันโหดร้ายของจักรวรรดิและแผนการร้ายกาจของศัตรูของเขาเมื่อพลังของพอลเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อันตรายที่เขาเผชิญก็เช่นกัน บารอน วลาดิเมียร์ ฮาร์คอนเนน ผู้ชั่วร้าย (รับบทโดย สเตลแลน สการ์สการ์ด) วางแผนการล่มสลายของเขาจากเงามืด ขณะที่เบเน เกสเซริท ผู้ลึกลับและลึกลับ รวมถึงบาทหลวงมาเธอร์ โมเฮียม (รับบทโดย ชาร์ลอตต์ แรมพลิง) และเลดี้ เจสสิก้า (รับบทโดย รีเบคก้า เฟอร์กูสัน) ต่างก็มีแผนของตัวเอง สำหรับเขา.
ทิโมธี ชาลาเมต์แสดงได้อย่างน่าดึงดูดใจในบทพอล อทรัยเดส โดยถ่ายทอดความขัดแย้งภายในและความคลุมเครือทางศีลธรรมของตัวละครด้วยความละเอียดอ่อนและลึกซึ้ง ในขณะที่พอลต้องต่อสู้กับความสามารถที่เพิ่งค้นพบและชะตากรรมที่หนักหนาของเขา ชาลาเมต์ถ่ายทอดการเดินทางของตัวละครของเขาจากฮีโร่ที่ไม่เต็มใจไปสู่ผู้นำนักปฏิวัติได้อย่างมีประสิทธิภาพนักแสดงสมทบ รวมถึงเซนดายาในบทชานี, ฮาเวียร์ บาร์เด็มในบทสติลการ์ และรีเบคก้า เฟอร์กูสันในบทเลดี้ เจสซิก้า ช่วยเพิ่มความลึกและความซับซ้อนให้กับเรื่องราว ตัวละครแต่ละตัวนำแรงบันดาลใจและการต่อสู้ดิ้นรนของตัวเองมาสู่โต๊ะ มีส่วนทำให้เกิดเรื่องราวอันเข้มข้นของเรื่องราวทางการเมืองและดราม่าส่วนตัว
หากมองจากภาพรวมแล้ว “Dune Part Two” ถือเป็นความสำเร็จทางภาพยนตร์ที่น่าทึ่ง พร้อมด้วยการถ่ายภาพยนตร์ที่น่าทึ่งและการออกแบบการผลิตที่สร้างแรงบันดาลใจที่ทำให้โลกแห่ง Arrakis มีชีวิตขึ้นมา ตั้งแต่ทะเลทรายอันกว้างใหญ่ไปจนถึงหนอนทรายที่สูงตระหง่าน ทุกแง่มุมของวิชวลเอฟเฟกต์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ผู้ชมดื่มด่ำไปกับจักรวาลแห่งจินตนาการของเฮอร์เบิร์ตการกำกับของเดนิส วิลล์เนิฟนั้นเชี่ยวชาญ โดยรักษาสมดุลของขนาดมหากาพย์ของเรื่องด้วยช่วงเวลาของตัวละครที่ใกล้ชิดและซีเควนซ์แอ็กชั่นที่เร้าใจ ตั้งแต่ฉากการต่อสู้ที่กว้างขวางไปจนถึงช่วงเวลาอันเงียบสงบในการไตร่ตรอง Villeneuve สร้างสรรค์เรื่องราวที่ทั้งน่าตื่นเต้นและกระตุ้นความคิดอย่างเชี่ยวชาญ
ตามธีมแล้ว “Dune Part Two” จะสำรวจคำถามเหนือกาลเวลาเกี่ยวกับอำนาจ โชคชะตา และธรรมชาติของมนุษยชาติ ขณะที่พอลต้องต่อสู้กับบทบาทของเขาในฐานะผู้นำและพระเมสสิยาห์ เขาจะต้องเผชิญหน้ากับผลที่ตามมาของการกระทำของเขาและประเด็นขัดแย้งทางจริยธรรมจากการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จโดยรวมแล้ว “Dune Part Two” เป็นภาคต่อที่คุ้มค่าของการดัดแปลงนิยายคลาสสิกของแฟรงก์ เฮอร์เบิร์ต โดยเดนิส วิลล์เนิฟ ด้วยเนื้อเรื่องที่น่าติดตาม ภาพอันน่าทึ่ง และการแสดงอันทรงพลัง ภาพยนตร์เรื่องนี้จะดึงดูดผู้ชมและปล่อยให้พวกเขารอคอยบทต่อไปของการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ของพอล อทรัยเดสอย่างใจจดใจจ่อ
รีวิวหนัง Russada SomprasongDune (2021) *ไม่สปอย
ดูหนัง dune ภาค 2 เป็นหนังที่ดีที่สุดที่ได้ดูในรอบหลายปี ซึ่งพูดแบบนี้มันก็คงฟังดูอวยเกินไปหน่อย แต่หนังที่ทำให้เราพูดแบบนี้ได้ล่าสุดก็คือ Blade Runner 2049… ฮะ ๆ
เราว่าเราคงหลงรักงานของผู้กำกับคนนี้หนักแล้วแหละ ไว้จะไปไล่เก็บเรื่องอื่นให้ครบละ สำหรับตอนนี้มีแค่สองเรื่องนี้มั้ง
การเมือง ไซไฟ เรื่องเหนือธรรมชาติ เศรษฐศาสตร์ ความเชื่อ ความรักในครอบครัว ความอบอุ่น ความรุนแรง ความเป็นเผ่า ความเป็นชาติพันธุ์ วิถีชีวิต และอื่น ๆ อีกมากมายที่กว่าจะกลับมานั่งเขียนก็ลืมสิ่งที่อยากเขียนไปเยอะแล้ว
เวลาแค่สองชั่วโมงกว่า ๆ เนี่ย มันยัดไอ้พวกนี้เข้ามาได้อย่างกลมกล่อมและลงตัวขนาดนี้ได้ยังไง…
คือเราไม่ถูกกับหนังประเภทที่แหกขนบ Show don’t tell นะบอกไว้ก่อน พวกหนังที่เอะอะก็พูดเล่านู่นนี่ให้ฟังยาวเหยียดเพื่อให้ข้อมูลคนดูอะ แต่มันยัดทั้งหมดนี่เข้ามาในหนังเรื่องเดียวโดยที่เราไม่รู้สึกตะหงิดใจกับอะไรเลย หนังมันสนุกทั้งเรื่องอะ ทั้งเรื่องแบบทั้งเรื่องจริง ๆ
ไม่มีส่วนไหนในสักนาทีของหนังที่มันทำให้เรารู้สึกเบื่อ เพราะนอกจากจะให้ข้อมูลมาเยอะมากแล้วการกำกับของมันก็ยัง phenomenon จัดจนชวนให้ลุ้นตลอดเรื่อง
จังหวะการตัดต่อ เพลง ไปจนถึงการแสดงของนักแสดง ควบรวมกันได้อย่างลงตัวเกิน มันสร้างบรรยากาศที่ทำให้คนดูคาดหวังว่ามันจะต้องมีอะไรเกิดขึ้นให้ต้องเพ่งความสนใจให้ในอีกไม่นานแน่ ๆ อยู่ตลอดการดูทั้งเรื่องอะ
อันดับ 1 ใน Netflix Dune: ดูน (2021) เป็นภาพยนตร์นิยายวิทยาศาสตร์แนวมหากาพย์อเมริกัน
เล่าเรื่อง พอล อะเทรดิส อัจฉริยะหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ที่เกิดมาพร้อมโชคชะตาอันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะเข้าใจ เขาต้องเดินทางไปยังดาวเคราะห์ที่อันตรายที่สุดในจักรวาลเพื่อความอยู่รอดและอนาคตของครอบครัวรวมถึงผู้คนของเขา หลังถูกรุกรานโดยกองกำลังวายร้ายหน้าเลือดที่หวังแย่งชิงทรัพยากรที่ล้ำค่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งสามารถใช้ดึงศักยภาพที่ซ่อนเร้นของมนุษยชาติออกมาได้ และมีเพียงผู้ที่สามารถเอาชนะความกลัวได้เท่านั้นที่จะอยู่รอดในศึกครั้งนี้
ความรู้สึกแรกหลังดู Dune: Part Two…บรรยายยังไงดี สุดแล้วจริงๆ นี่มันงานมาสเตอร์พีชชัดๆ ทุกอย่างสมบูรณ์แบบจนขนลุก งานสร้างคือที่สุด งานภาพโคตรวิจิตร การแสดงมหาเทพทุกคน กินกันไม่ลง ไม่มีใครยอมใคร อารมณ์ร่วมถึงมาก ดนตรีประกอบคือพระเอก ทรงพลังสุด เป็นสองชั่วโมงสี่สิบนาทีที่ทำให้ใจเต้นรัวตลอดเวลา ไม่มีจังหวะเบื่อหรือยกนาฬิกาดูเวลาเลย
IMAX กับดูนก็คือเปิดรับทุกโสทประสาทจริงๆ เป็นประสบการณ์การดูหนังที่น่าทึ่งอีกหนึ่งเรื่องของปี ภาคแรกยอดเยี่ยมขนาดไหน ภาคนี้คูณไปอีกสอง
นี่พยายามจะหาข้อติซักนิดซักหน่อย เผื่อบางคนอาจเกิดความคาดหวังมากเกินไป แต่เอาจริงๆ นะ ไม่มีเลย ไม่มีจริงๆ
⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️ 10/10
Part 2
ความรู้สึกก่อนดู 5/10 ตอนหนังเข้าฉากแรก ๆไม่ดูเพราะคิดว่าเนื้อหาคงหนัก และช่วงนั้นมีหนังอื่นให้ดูแบบเยอะมาก เลยทำให้พลาดเรื่องนี้ไปด้วยล่ะ…แต่รู้ว่าเป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจ และรอคอยให้มาอยู่ในแบบสตรีมมิ่ง และรู้สึกว่า เร็ว ๆ นี้ จะมีใน Netfilx ด้วย
ความรู้สึกหลังดู 6.5/10 เป็นหนังที่ดูแห้งแล้งมากเพราะว่าอยู่ในทะเลทราย แต่เป็นทะเลทรายที่สวยและแฝงไปด้วยอันตราย มีซีนใหญ่ ๆ ที่เหมาะกับโรงไอแมกซ์มาก ระบบเสียงที่เอสพรานาดก็ดังจนที่นั่งสั่น แต่หนังสนุกแหล่ะ ดูเพลินๆ มีหลับบ้างไรบ้าง แต่โดยรวมก็ดีแหล่ะ นางเอกก็มาแบบแวบๆ โผล่มาในฝัน กว่าจะเจอตัวจริงก็ปลายเรื่องแล้ว และประโยคก่อนเข้าเรื่องก็อธิบายสิ่งที่เราจะเจอทั้งหมดของหนังแล้ววววว…..เป็นอีกเรื่องที่ควรดูในระบบ imax ทั้ง 2 ภาค ด้วยรักและหนอนทราย
Dune part two : 10/10
เป็นหนังไซไฟที่ไม่รู้ว่าจะมีเรื่องใหม่ๆทำได้ดีเท่าหรือเปล่าในอนาคต มันดีมากจริงๆ
สำหรับ Dune part one นั้นจะเป็นการเกริ่นนำทำให้เรารู้จักกับ world setting ของเรื่องนี้และทิ้งปมปัญหาต่างๆไว้ให้ระเบิดออกมาใน Dune part two ซึ่งภาคนี้ก็ทำออกมาได้สุดยอดมากๆ แบบตะโกนเลย (สุดยอดเลยลูกพี่!!)
สำหรับ Dune part two นี่คือจุดเริ่มต้นของสงครามที่โคตรจะยิ่งใหญ่ ด้านเนื้อเรื่องสมดุลได้ดีมากไม่ว่าจะเป็นด้านความสัมพันธ์ตัวละคร ปมปัญหาต่างๆ รวมทั้งวิถีชีวิตวัฒนธรรม ศาสนาต่างๆ และพลังแห่งความเชื่อความศรัทธาของผู้คนในแต่ละเผ่าที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างเข้าใจง่ายและชัดเจน
ส่วนด้านงานภาพก็คงรู้ๆกันจากที่ได้เห็นตัวอย่างกันมาบ้างหรือได้ดู Dune part one มางานภาพก็ยังคงความสวยงามตระการตาอยู่เหมือนเคยอาจจะดีขึ้นจากภาคแรกด้วยซ้ำเพราะแต่ละซีนคือถ่ายสื่ออารมณ์ในเรื่องออกมาได้แบบโคตรดีฉากที่มีความตึงเครียดผมนี่นั่งเกร็งเลยแบบมันกดดันอ่าา
เอฟเฟคเสียงนี่คือสุดยอดมากขอแนะนำให้ไปดูในระบบ IMAX กันเยอะๆนะครับ มันสุดยอดมากจริงๆหลายๆฉากให้ความรู้สึกเหมือนโดนดูดเข้าไปในหนังเลยอย่างฉากระเบิดหรือขี่หนอนนี่กระหึ่มเหมือนอยู่ในสถานการณ์นั้นจริงๆเลย นักแสดงสุดยอดทุกคนครับเก่งมากๆเลยทำให้คิดว่าเป็นตัวละครในเรื่องจริงๆแสดงอารมณ์ออกมาได้ทรงพลังแบบไม่มีติดขัดหรือดูเล่นใหญ่เลย มันทำให้นักแสดงเหล่านั้นดูเป็นตัวละครตัวนั้นจริงๆ
ก็สรุปได้เลยว่าเป็นหนังไซไฟยุคสำหรับผมเลยทีเดียวอินมากอยากขี่หนอนเลยวุ้ยยย555
– แอดปลื้ม
10/10 ⚡️ ว่าแล้วทำไมมีแต่คนชอบ สนุกมากกก !! Dune Part 2 งานอลังการ ภาพสวย ยิ่งดูในโรง IMAX บอกเลยว่าภาพสวยพลาดไม่ได้จริงๆ 🎞️
📽️ภาพยนตร์ Sci-fi ที่ดัดแปลงจากนิยาย Dune (1965) ต่อจากภาคแรกนาน 3 ปี (2021) ในส่วนของเนื้อหา หนังดำเนินต่อจากภาคแรกเลย ไม่ได้ปูเรื่องใหม่ (ยังไงดูภาค 1 ก่อนดู ภาค 2 น้า)
ฉากแอคชั่นก็ทำถึงมากๆ ยิ่งน้องหนอนทะเลทรายออกมา 3 ตัวนี่ ยิ่งใหญ่ สมใจ ตื่นเต้นมากค่า ภาพ เสียง สุด!
เป็นภาพยนตร์ที่ควรดูในระบบ IMAX เลยน้า เพราะมีระบบถ่ายทำ สำหรับระบบไอแมกซ์ (Filmed for IMAX) ตลอดทั้งเรื่อง เห็นสัดส่วนภาพเพิ่มมากขึ้นถึง 26% ใหญ่เต็มจอ
ใครชอบดูพากย์ไทย IMAX ก็มีนะคะ 3 สาขา
✔️ Esplanade Cineplex Ngamwongwan-Khae Rai
✔️ Westgate Cineplex
✔️ Major Cineplex Central Chiangmai
เดนิส วิลล์เนิฟ
บริษัท ค่ายหนัง- ฮันส์ ซิมเมอร์
- วอร์เนอร์ บราเธอร์ส พิคเจอร์ส
- ทิโมธี ชาลาเมต์
- รีเบคก้า เฟอร์กูสัน
- ออสการ์ ไอแซค
- จอช โบรลิน
- สเตลลัน สการ์สการ์ด
- เดฟ เบาติสต้า
- สตีเฟน แมคคินลีย์
- ทิโมธี ชาลาเมต์
- เซนดายา
- รีเบคก้า เฟอร์กูสัน
- จอช โบรลิน
- ออสติน บัตเลอร์
- ฟลอเรนซ์ พิว
- เดฟ เบาติสต้า


ทิโมธี ชาลาเมต์

เป็นนักแสดงชาวอเมริกัน ศิษย์เก่าจากโรงเรียนมัธยมลาเกอร์เดีย และมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เขาได้รับรางวัลมากมายตลอดอาชีพการแสดงของเขา รวมถึงการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์, รางวัลแบฟตาสามรางวัล, รางวัลลูกโลกทองคำสองรางวัล, รางวัลสมาคมนักแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์ห้ารางวัล รางวัลภาพยนตร์คริติกส์ชอยส์มูฟวี่ห้ารางวัล
เขาเกิดและโตในนิวยอร์ก ชาลาเมต์เริ่มต้นอาชีพการแสดงในภาพยนตร์สั้นและโฆษณา ก่อนที่จะปรากฏตัวในละครโทรทัศน์เรื่อง โฮมแลนด์ ในปี พ.ศ. 2555 สองปีต่อมาเขาได้เปิดตัวภาพยนตร์คอเมดี-ดรามาเรื่อง เมน, วีเมน & ชิลเดรน และต่อมาก็ปรากฏตัวในนิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง อินเตอร์สเตลลาร์ ทะยานดาวกู้โลก ชาลาเมต์ได้รับความสนใจและมีชื่อเสียงในปี พ.ศ. 2560 ในบท
เอลิโอ เพิร์ลแมน จากภาพยนตร์โรแมนติกเกี่ยวกับการก้าวผ่านวัยเรื่อง คอลมีบายยัวร์เนม ของผู้กำกับ ลูกา กวาดาญีโน และในภาพยนตร์เรื่อง เลดี้เบิร์ด ของผู้กำกับ เกรต้า เกอร์วิค บทบาทการแสดงของเขาในคอลมีบายยัวร์เนมส่งให้เขาถูกเสนอขื่อเขาชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมตอนอายุ 22 ปี ทำให้เขากลายเป็นนักแสดงที่อายุน้อยสุดเป็นลำดับสามที่ได้เข้าชิงสาขานั้น หลังจากนั้น เขาก็ได้รับบท นิค เชฟ ในภาพยนตร์ประวัติชีวิตเรื่อง บิวตี้ฟูลบอย ในพ.ศ. 2561 ซึ่งเขาได้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ รางวัลสมาคมนักแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์ และรางวัลแบฟตาจากบทนี้ ในปี พ.ศ. 2562
รีเบคกา เฟอร์กูสัน
รีเบคกา ลูอิซา เฟอร์กูสัน ซุนด์สตรอม (เกิด 19 ตุลาคม พ.ศ. 2526)[3] เป็นนักแสดงชาวสวีเดน เธอเริ่มต้นอาชีพการแสดงด้วยละครสวีเดน เรื่อง Nya tider (พ.ศ. 2542–2543) และได้แสดงในภาพยนตร์นักฆ่าเรื่อง Drowning Ghost (2547) เธอมีชื่อเสียงระดับนานาชาติด้วยการแสดงเป็นเอลิซาเบธ วูดวิลล์ในดรามาของอังกฤษเรื่อง The White Queen (2013) ซึ่งทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากมินิซีรีส์หรือภาพยนตร์โทรทัศน์
เฟอร์กูสันแสดงเป็นเจ้าหน้าที่ MI6 อิลซา เฟาสท์ ประกบทอม ครูซในภาพยนตร์สามเรื่อง Mission: Impossible: Rogue Nation (2015), Fallout (2018) และ Dead Reckoning Part One (2023) เธอรับบทเป็นเจนนี่ ลินด์ในภาพยนตร์มิวสิคัลเรื่อง The Greatest Showman (2017) แสดงในภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง Life (2017) และ Doctor Sleep (2019) และมีส่วนสนับสนุนในละครตลกเรื่อง Florence Foster Jenkins (2016) ภาพยนตร์ระทึกขวัญเรื่อง The Girl on the Train (2016) และภาพยนตร์นิยายวิทยาศาสตร์ Dune (2021) และ Dune: Part Two (2024) เธอยังแสดงในซีรีส์นิยายวิทยาศาสตร์ของ Apple TV+ Silo (2023)
โอสการ์ อิซาอัก![]()
โอสการ์ อิซาอัก เอร์นันเดซ เอสตราดา (สเปน: Óscar Isaac Hernández Estrada; เกิด 9 มีนาคม พ.ศ. 2522)[4][5][6] เป็นนักแสดงชาวอเมริกันเชื้อสายกัวเตมาลาที่มีบทนำในภาพยนตร์โศกนาฏกรรม Inside Llewyn Davis (2556) ซึ่งเขาได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ ในการเสนอชื่อเข้าชิงจากละครอาชญากรรม A Most Violent Year (2557) และนิยายวิทยาศาสตร์ระทึกขวัญ Ex Machina (2557) ในปี พ.ศ. 2549 เขาแสดงเป็นนักบุญโจเซฟ สามีของมารีย์ใน The Nativity Story นอกจากนี้เขายังแสดงเป็นฌูแซ รามุช-ออร์ตา อดีตประธานาธิบดีของติมอร์-เลสเต ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี พ.ศ. 2539 ในภาพยนตร์ของออสเตรเลียเรื่อง Balibo ซึ่งเขาได้รับรางวัล AACTA Award สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในบทบาทสมทบ
เขาได้ปรากฏตัวในภาพยนตร์ สตาร์ วอร์ส ไตรภาคที่สาม ในฐานะนักบินยานรบเอ็กซ์วิง ชื่อ โพ ดาเมรอน และใน X-เม็น อะพอคคาลิปส์ (2559) ในบทสุดยอดวายร้ายมนุษย์กลายพันธุ์ชื่อ Apocalypse นอกจากนี้เขายังแสดงนำในมินิซีรีส์ปี พ.ศ. 2558 ของเอชบีโอ เรื่อง Show Me a Hero ในบทนักการเมืองชื่อ Nick Wasicsko ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม-มินิซีรีส์หรือภาพยนตร์โทรทัศน์ ในปี พ.ศ. 2559 นิตยสาร ไทม์ ได้เสนอชื่อให้อิซาอักเป็นหนึ่งใน 100 บุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลกประจำปีในรายการ ไทม์ 100[7] ในปี พ.ศ. 2560 นิตยสาร แวนิตีแฟร์ ได้ยกย่องอิซาอักว่าเป็น “นักแสดงที่เก่งที่สุดในยุคของเขา”[8]
จอช โบรลิน![]()
จอช โบรลิน หรือนามเต็ม โจชัวร์ เจมส์ โบรลิน เกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 1968 [1] [2] เป็นนักแสดงชาวอเมริกัน ที่มีผลงานการแสดงเรื่องต่างๆมากมาย The Goonies (1985), Mimic (1997), Hollow Man (2000), Grindhouse (2007), ล่าคนดุในเมืองเดือด (2007), อเมริกันอันธพาล (2007), W. (2008), ฮาร์วีย์ มิลค์ ผู้ชายฉาวโลก (2008), True Grit (2010), เมนอินแบล็ค หน่วยจารชนพิทักษ์จักรวาล 3 (2012), Vice Inherent (2014), Sicario (2015), Hail, Caesar! (2016) และ เดดพูล 2 (2018)
จอช โบรลิน กับ มาร์เวลคอมิกส์ ในบทบาทที่สร้างชื่อเสียงให้โด่งดังไปทั่วโลกอย่าง ธานอส ตัวร้ายคนสำคัญของจักรวาลมาร์เวล ออกฉากครั้งแรกใน รวมพันธุ์นักสู้พิทักษ์จักรวาล (2014) อีกทั้งยังปรากฏตัวใน อเวนเจอร์ส: มหาศึกอัลตรอนถล่มโลก (2015) และ อเวนเจอร์ส: มหาสงครามล้างจักรวาล (2018) และ อเวนเจอร์ส: เผด็จศึก (2019) ทั้งๆที่บทนี้เขาไม่ได้ถูกเสนอชื่อมาเล่นเลย[3]จอช โบรลิน ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง รางวัลออสการ์, รางวัลสมาคมนักแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์ และ อินดิเพนเดนต์สปิริตอะวอด จากผลงานที่เขาสร้างชื่อไว้ก่อนหน้านี้
สเต็ลลัน สกอชกวด
สเต็ลลัน ย็อน สกอชกวด (สวีเดน: Stellan John Skarsgård, ออกเสียง: [ˈstɛ̂lːan ˈskɑ̌ːʂɡoːɖ] ( ฟังเสียง); เกิด 13 มิถุนายน พ.ศ. 2494) เป็นนักแสดงชาวสวีเดน เขาเป็นที่รู้จักจากบทบาท Jan Nyman ในเรื่อง Breaking the Waves (1996), Captain Tupolev ใน ล่าตุลาแดง (1990), Professor Gerald Lambeau ใน Good Will Hunting (1997), Bootstrap Bill Turner ใน สงครามปีศาจโจรสลัดสยองโลก (2006) และ ผจญภัยล่าโจรสลัดสุดขอบโลก (2007), Bill Anderson ใน มัมมา มีอา! วิวาห์วุ่น ลุ้นหาพ่อ (2008) และภาคต่อของ มัมมา มีอา! 2 (2018), Commander Maximilian Richter ใน เทวากับซาตาน (2009), Martin Vanger ใน พยัคฆ์สาวรอยสักมังกร (2011), ดร. เอริก เซลวิก ในภาพยนตร์ชุดจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล เรื่อง ธอร์ เทพเจ้าสายฟ้า (2011), ดิ อเวนเจอร์ส ( 2012), ธอร์: เทพเจ้าสายฟ้าโลกาทมิฬ (2013) และ อเวนเจอร์ส: มหาศึกอัลตรอนถล่มโลก (2015), แกรนด์ดยุก ใน ซินเดอเรลล่า (2015) และ Boris Shcherbina ในละครโทรทัศน์ HBO/Sky UK เรื่อง Chernobyl (2019) [1] เขาจะแสดงในซีรีส์ Andor (2022)
รวมหนัง ดูน DuneDune Part Two (2024) ดูน ภาค 2
[/read]
