Insidious วิญญาณตามติด
ครบทุกเรื่อง
Insidious หนังที่เล่าถึงผีสางและปีศาจในเป็นปรโลก หรือเรียกกันว่า The Furthur ซึ่งได้หลุดออกมาวนเวียนและสิงสู่มนุษย์ไปจนถึงขั้นบงการเพื่อฆาตกรรมโดยการถูกผีสิง เป็นหนังอยู่คู่จอภาพยนต์มานับสิบปี เรียกได้ว่าถือเป็นเสน่ห์ของหนังสยองขวัญอีกแบบนึงที่ทำออกมาได้น่าติดตาม
[read more]
- Insidious (2010) วิญญาณตามติด
insidious ภาค 1 จอช (แพทริค วิลสัน) และ เรเน (โรส เบิร์น) คือ คู่สามีภรรยา ที่ใช้ชีวิตอยู่กับลูก ๆ ทั้งสาม แต่เมื่อลูกชายตกอยู่ในอาการโคม่าโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งสองก็สัมผัสได้ถึงเหตุการณ์เหนือธรรมชาติในบ้านหลังที่อาศัยอยู่ และพบว่า ร่างของลูกชายเป็นแหล่งพลังงานของความชั่วร้าย ทั้งสองต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้วิญญาณของลูกชายติดอยู่ในดินแดนที่เรียก ว่า “เดอะ เฟอร์เธอร์” ไปตลอดกาล
- Insidious Chapter 2 (2013) วิญญาณตามติด 2
เรื่องราวของ ครอบครัวแลมเบิร์ต ที่ยังมีปีศาจร้ายคอยวนเวียนเกี่ยวพันกับพวกเขาต่อไป เมื่อผู้เป็นพ่อที่เคยช่วยชีวิตลูกชายจากสิ่งลี้ลับได้สำเร็จ กลับเกิดสิ่งผิดปกติขึ้นกับผู้เป็นพ่อ และแล้วสิ่งที่พวกเขาคิดว่าหลุดพ้นแล้วนั้นมันไม่ได้หายไปไหนและพร้อมที่จะแก้แค้นพวกเขาต่อไป
- Insidious Chapter 3 (2015) วิญญาณตามติด 3
เรื่องราวเกิดขึ้นหลายปีก่อนหน้าการสิงสู่ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวแลมเบิร์ต และการต่อสู้กับวิญญาณร้ายของ เอลิซ เรนเนียร์ (ลิน เชย์) จากเดอะ เฟอร์เธอร์ โดย ควินน์ เบรนเนอร์ (สเตฟานี่ สก็อตต์) เด็กสาวผู้ใฝ่ฝันจะเป็นดารา รู้สึกได้ว่า แม่ผู้ล่วงลับไปแล้วพยายามติดต่อกับเธอ เธอจึงขอความช่วยเหลือจาก เอลิซ ผู้มีพลังจิต เอลิซ รู้สึกอยากปกป้อง ควินน์ ผู้อ่อนไหว แต่โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในอดีตของเธอทำให้เธอลังเลที่จะใช้ความสามารถของเธอ ไม่นานหลังจากนั้น
อุบัติเหตุสะเทือนขวัญก็เกิดขึ้นทำให้ ควินน์ ต้องพักฟื้นอยู่ที่บ้าน ขณะที่ ฌอน (เดอร์มอท มัลโรนี่) พ่อของเธอพยายามดิ้นรนที่จะรักษาครอบครัวนี้เอาไว้ ควินน์ ถูกวิญญาณร้ายโจมตีในห้องนอนของเธอ และ ฌอน ก็อ้อนวอนให้ เอลิซ ช่วย เอลิซ ที่กำลังชั่งใจระหว่างศรัทธาและเป้าหมายของตัวเอง ได้เรียกพลังที่จะติดต่อกับวิญญาณมาใช้ ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนใหม่สองคน นักปรจิตวิทยาที่ขาดใบรับรอง ทัคเกอร์ (แองกัส แซมป์สัน) และ สเปคส์ (ลีห์ แวนเนลล์) เมื่อจำต้องบุกลึกเข้าไปใน เดอะ เฟอร์เธอร์ เพื่อปกป้อง ควินน์ ไม่นานนัก เอลิซ ก็พบว่าตัวเองต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่โหดเหี้ยมที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา นั่นคือปีศาจที่มีความหิวกระหายวิญญาณมนุษย์อย่างไร้ขอบเขต
- Insidious The Last Key (2018) วิญญาณตามติด กุญแจผีบอก
ในช่วงเวลาเมื่อหลายปี ซึ่งนั่นคือก่อนเหตุการณ์จากภาพยนตร์ 3 ภาคก่อนหน้านี้ อดีตของ ดร.เอลิซ (ลิน เชย์) ตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก วัยสาว รวมไปถึงการดิ้นรนต่อสู้กับปีศาจร้ายที่มันโผล่ขึ้นมาจากนรกเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ในครั้งนี้การต่อสู้กับวิญญาณชั่ว “เอลิซ” ได้ถอดจิตไปในดินแดนหลังความตาย ที่นั่นคือที่ไหน ที่ ๆ เขาเรียกกันว่ามันคือส่วนที่ลึกสุดใจ ที่นั่นต้องใช้ “กุญแจ” ในการเปิดโลกหลังความตายที่ลึกที่สุด ที่ ๆ มีปีศาจร้ายเฝ้าหลอกหลอนอยู่ โลกหลังความตายของภาพยนตร์ จะมาในรูปแบบไหน ห้องแคบ ๆ มุมใดมุมหนึ่งที่แสงแทบจะไม่รอดผ่านได้ ส่วนใดส่วนหนึ่งของบ้าน ในภาคนี้เอลิซได้เดินนำพาเราเข้าไปสู่ “เรือนจำ” ที่มืดดำ อับ รกร้าง ว่างเปล่า แต่สุดแสนขนหัวลุก
- INSIDIOUS THE RED DOOR (2023) วิญญาณตามติด ประตูผีผ่าน
insidious 2023 เรื่องลับสั่นสะพรึงของครอบครัวแลมเบิร์ตจะถูกเผยจนคุณต้องผวา เมื่อการปิดตำนานสุดสยอง “จอช” (แพทริค วิลสัน) และ “ดัลตัน” (ไท ซิมพ์คินส์) ต้องเผชิญกับวิญญาณร้ายสุดเฮี้ยนและความลับสุดหลอนของครอบครัวที่ซ่อนอยู่หลังประตูผีผ่าน เมื่อคุณปลุกภูตผี ยิ่งเข้าสู่มิติมืดมากเท่าไร ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น
ผู้กำกับ- James Wan – Insidious (2010) วิญญาณตามติด , Insidious Chapter 2 (2013) วิญญาณตามติด 2
- Leigh Whannell – Insidious Chapter 3 (2015) วิญญาณตามติด 3
- Adam Robitel – Insidious The Last Key (2018) วิญญาณตามติด กุญแจผีบอก
- Patrick Wilson – INSIDIOUS THE RED DOOR (2023) วิญญาณตามติด ประตูผีผ่าน
- Haunted Movies
- Stage 6 Films
- Alliance Films
- IM Global
- Blumhouse Productions
- Entertainment One
- FilmDistrict
- Oren Peli
- Screen Gems
- Patrick Wilson
- Rose Byrne
- Barbara Hershey
- Lin Shaye
- Ty Simpkins
- Dermot Mulroney
- Stefanie Scott
- Angus Sampson
- Leigh Whannell
- Spencer Locke
- Caitlin Gerard
- Bruce Davison
- Sinclair Daniel
- Hiam Abbass





- Insidious (2010) วิญญาณตามติด
8/10
insidious สปอย ยืมมาจากหนังเรื่องอื่นๆ มาก แต่ก็โดดเด่นในตัวเอง..หนังสยองขวัญที่สนุกสนาน
เพิ่งกลับมาจากการดูภาพยนตร์ Insidious รอบพิเศษคืนนี้กับภรรยา ชอบมากทั้งคู่ เมื่อพูดถึงหนังสยองขวัญ มันมักจะมีสูตรสยองขวัญแบบเดิมๆ อยู่เสมอ ซึ่งผู้สร้างภาพยนตร์ไม่สามารถหลีกหนีได้เมื่อสร้างหนังสยองขวัญ เพราะพวกเขาทำอะไรได้ไม่มากนัก และถูกจำกัดอยู่แค่สูตรเดียวกันนั้นเท่านั้น Insidous ยืมไอเดียมากมายจากหนังสยองขวัญเรื่องอื่นๆ สิ่งหนึ่งที่นึกถึงคือภาพยนตร์เรื่อง ” Poltergeist ” ในปี 1982 แต่ที่นี่เรามีครอบครัวที่มีสมาชิก 5 คน โดยมี Patrick Wilson และ Rose Byrne รับบทเป็นพ่อแม่ของเด็กชาย 2 คนและลูกสาวตัวน้อยหนึ่งคน หลังจากสะสมมาอย่างช้าๆ ก็เกิดอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ และลูกชายคนโตก็ตกอยู่ในลูกน้ำหรือประมาณนั้น !! หลังจากนั้นไม่นานเรื่องประหลาดก็เริ่มเกิดขึ้นที่บ้านและแม่สงสัยว่าวิญญาณร้ายจะอยู่ในบ้าน !!
เรื่องง่ายๆ อย่างที่ฉันบอกไปแล้ว แต่ฉันคิดว่าที่นี่ทำแตกต่างออกไป มีบรรยากาศที่ดีกว่า และองค์ประกอบบางอย่างของโครงเรื่องก็ดูสดใหม่ซึ่งทำให้หนังเรื่องนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว น่ากลัวจริง ๆ มีหลายตอนในหนังที่ขนลุก !! นอกจากนี้ยังมีช่วงเวลาคลาสสิกในการกระโดดออกจากที่นั่งของคุณด้วย บางฉากดูน่าขนลุกและมีการผสมผสานดนตรีและเสียงเข้าด้วยกันอย่างลงตัวเพื่อเพิ่มความสยองขวัญ ดังนั้นหนังจึงนำเสนอได้มากเท่าที่ควรกังวล
การแสดงก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน นักแสดงทุกคนที่เกี่ยวข้องทำได้ดีมาก โดยเฉพาะโรส เบิร์นที่ฉันชอบดูเธอในรายการทีวียอดเยี่ยมเรื่อง Damages แพทริค วิลสันก็เก่งที่นี่เช่นกัน
บรรยากาศน่าขนลุก ผู้กำกับสามารถจับภาพที่ดีของบ้านและองค์ประกอบอื่นๆ ของหนังได้
สรุปเตรียมตัวให้พร้อมแล้วคว้าคนที่คุณรักไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้วันศุกร์นี้มันบันเทิง สนุกและน่ากลัวมาก ถึงแม้ว่าจะยืมไอเดียจากหนังสยองขวัญเรื่องอื่นๆ แต่ก็ไม่เคยเลียนแบบ แต่กลับโดดเด่นเป็นหนังสยองขวัญแนวใหม่ที่สดใหม่ !!
- Insidious Chapter 2 (2013) วิญญาณตามติด 2
[CR] ++++ (Review) Insidious 2 ใครชอบมาจากภาคแรกอยากดูผีเน้นบรรยากาศหลอนๆ ไม่มีอะไรเละๆให้ระคายตาควรดูฮะ ให้ 7 /10
insidious 2 สปอย Review (เรื่องที่ 76 / 2013)
Insidious Chapter 2 วิญญาณยังตามติด
ใครชอบมาจากภาคแรก หรืออยากดูหนังผีบรรยากาศหลอนๆ ไม่มีอะไรเละๆแหว่ะๆ ให้ระคายตา ควรมาดูฮะ ให้คะแนน 7 /10
บันทึกความรู้สึกหลังไปดูมา (ไม่สปอย สปอยเท่าตัวอย่างหนัง)
หนังเกี่ยวกับ
– เรื่องราวต่อจากภาคแรก คือหลังจากเหตุการณ์ภาคแรกแล้ว ผีก็ยังตามมาหลอกอยู่จ้า
เป็นยังไงบ้าง ?
– ผู้ที่จะดูเรื่องนี้แนะนำเลยว่าควรดูภาคแรกหรือผ่านการโดยสปอยตอนจบจากภาคแรกมาแล้ว เพราะหนังจะเล่าเรื่องราวต่อ
จากภาคแรกเลยทันที #ไม่งั้นอาจงงได้
-เนื้อเรื่องเน้นการสืบสวน ค่อยๆหาความจริง ก่อนจะมาเฉลยตู้มเอาตอนใกล้ๆจะจบ
– บรรยากาศหนังคล้ายๆกะภาคแรกอยู่ คือใครที่ดูภาคแรกแล้วชอบ ควรมาดูต่อให้จบ ส่วนใครที่ดูภาคแล้วไม่ชอบถ้าจะมาดูเพราะอยากรู้ว่าเรื่องราวต่อจากนั้นจะเป็นยังไงก็ได้ฮะ
ชอบอะไร?
– ชอบที่มันเฉลยอะไรที่มันค้างๆคาวๆในภาคแรก ได้รู้ในภาคนี้
หมดเลย
– บรรยากาศของหนัง และสกอร์หนัง เงียบๆ แต่น่ากลัว โปรดักชั่นอาจจะไม่สมจริงเท่าไหร่ เพราะเป็นหนังทุนต่ำแต่ก็ถือว่าดูได้
– ชอบการบิ้วของหนัง โดยเฉพาะผีขุ่นแม่ใจร้ายทาหน้าวอก คือหน้าป้าก็น่ากลัวแล้ว มาหลอกดีๆหนูก็กลัวแล้ว ยังจะพุ่งไปพุ่งมา แบบ..แม่แกเป็นนกปี๊ปๆในการตูนลูนี่ตูนเหรอ หลอกอิชั้นเบาๆกูก็กลัวแล้วคร้า เชดดดดดดดเคล่ T^T
– ผู้ช่วยของหมอผีเอลิสแอบออกแนววายนิดนึง เสียดายไม่หล่อถ้าหล่อคงจิ้นกว่านี้
– แอบชอบฟร้อนตอนขึ้นชื่อเรื่องในหนัง เท่าที่สังเกตุหนังของพี่เจมส์ วาน จะขึ้นชื่อเรื่องมาแบบนี้ตลอด ทั้งภาคแรก ทั้ง conjuring ไม่รู้ Fast 7 จะเล่นมุขนี้อีกไหม ตึ่งงงง 5555
ไม่ชอบอะไร?
– พระเอกหน้าซ้ำไปหน่อยเพิ่งเจอกันไม่กี่เดือนจาก conjuring
– ทำไมตู้เสื้อผ้าของฝรั่งถึงมืดขนาดนั้น ตู้มันลึกมากถึงขนาดแสงตกกระทบไม่ถึงงี้เหรอ ผีถึงชอบเข้าไปซ่อน?
– อะไรอ่ะ จะมีภาคสามอีกเรอะ #ถามว่าจะดูต่อไหม..ดู 5555
– งงตรงลุงริวจิตสัมผัสลูกเต๋า อยากรู้ว่าถ้าควักมาไม่ครบ 22 ตัวอักษร มันจะยังทายที่ผีบอกถูกอยู่ไหม?
– มีภาค 3 แน่นอนเพราะเรายังจะเจอ “ผีซ่อนหัว” อยู่อีกตัว
สรุป
– ใครที่เคยดูภาคแรกมาแล้วชอบ…ควรมาดู
– เพราะหนังจะเฉลยเรื่องราวจากภาคแรก มีสะดุ้งตกใจหลายทีแต่ไม่มากก็เป็นหนังผีที่ดีเรื่องนึง แต่ส่วนตัวชอบ conjuring มากกว่า
– ใครอยากไปจู๋จี๋กันในโรงแล้วแอ๊ปกลัว เรื่องนี้ควรเป็นทางเลือกหนึ่งในการดูนะฮะ แต่อย่าอิ๊อ๊ะคุยกันให้คนข้างๆได้ยินนะฮะ ออกจากโรงค่อยเก็บไปหลอกผีผ้าห่มบนเตียงต่อก็ได้ นี่โรงหนังฮะ เกรงใจกันหน่อย #เอ๊ะพูดเหมือนเหมือนเพิ่งไปเจอมา 555
ให้คะแนน 7 /10
ไม่รู้ทำไมดูจบแล้วอยากกิน “กะหรี่ปั๊ปทอด” 5555
ใครไปดูมาแล้ว….เป็นยังไงกันบ้างฮะ
เผื่อจะมีความเห็นต่างจาก #แอ๊ดแมว
เอามาเล่าให้ฟังบ้างนะฮะ ??
- Insidious Chapter 3 (2015) วิญญาณตามติด 3
Wasant Tong Suthanyaphruet
[Movie Review] – Insidious: Chapter 3 (2015)
คะแนน C
ภาคต่อที่มีการเปลี่ยนแปลงผุ้กำกับ จากการที่ต้นตำรับ James wan ถุกทาบทามให้สานต่อหนังรถซิ่ง Furious Seven คนที่มาลุยแทนก็ไม่ใช่คนอื่นไกลอย่าง Leigh Whannell เพื่อนสนิทสมัยเรียนที่สร้างชื่อมาด้วยกันจาก Saw โดยอยู่เบื้องหลังความสำเร็จในฐานะคนร่วมเขียนบท และนักแสดงในผลงานแทบทุกชิ้นของผุ้กำกับคนดัง.. แม้ว่า Insidious: Chapter 3 จะเป็นการกำกับครั้งแรกแต่ก็ไม่ได้มีข้อบกพร่องอะไรนัก องค์รวมถือว่าใช้ได้ด้วยซ้ำสำหรับผุ้กำกับมือใหม่ ปัญหาสำหรับคนทั่วไปน่าจะเป็นเนื้อหาเสียมากกว่า ที่มันยังดูธรรมดาเอามากๆจนไม่ค่อยน่าสนใจ รวมถึงการพยามดราม่าที่ให้ที่มาที่ไปแค่เพียงผ่านๆ จนยากที่จะคล้อยตามความรุ้สึกของตัวละคร แม้ว่าฉากสำคัญๆจะได้การแสดงที่ดีช่วยไว้ก็ตาม
นอกจากนี้ตัวละครผีสางทั้งหลายก็ราบแบน ไม่ได้ให้มิติความน่าติดตามมากขึ้นใดๆทั้งสิ้น ..บทภาพยนตร์ของ Leigh Whannell ดูจะโยนภาระไปในส่วนของการกำกับ และนักแสดงนำอย่าง Stefanie Scott และ Lin Shaye โชคดีที่ทั้งหมดทำได้น่าพอใจ ทั้งมอบความน่ารักสดใสและน่าเอาใจช่วยจากคนดู ด้านฉากลุ้นระทึกก็ทำนั่งไม่ติดระดับหนึ่ง แม้ว่าการถ่ายทอดและการดีไซน์มุกผีหลอกจะไม่มีอะไรแปลกใหม่ รวมถึงความสยองขวัญที่น้อยลงกว่าสองภาคแรก (แถมบางฉากยังติดตลกมากกว่าน่ากลัว) แต่ก็ทดแทนด้วยการเล่าย้อนถึงปมของตัวละคร Elise หญิงชราคนไล่ผีจากสองภาคแรก ที่เผชิญความเศร้าจากการสูญเสียบุคคลที่รัก และความกลัวจากผีร้ายที่ตามจองเวร ก่อนจะตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่เพื่อช่วยเหลือผุ้คนอีกครั้ง ซึ่งหากคนดูที่ไม่รุ้จักมักคุ้นในตัวละครนี้ หนังคงจะน่าเบื่อเอาเรื่องจริงๆ เพราะนอกนั้นไม่มีอะไรให้ดึงดูดหรือติดตามเลย ตัวละครสมทบก็โยนๆแล้วก็หายไป ส่วนที่ยังอยู่ก็ไม่ช่วยขับเน้นเรื่องราวอะไรได้ น่าเสียดายด้วยซ้ำที่ตัวละครลุคสุดฮา Specs และ Tucker ถูกส่งมาช่วยเสริมอรรถรสแค่ในช่วงท้าย ทั้งการเป็นภาคปฐมบทที่น่าจะเล่าเรื่องราวของพวกเขาได้มากกว่านี้..
สรุปเป็นภาคต่อที่น่าผิดหวังสำหรับคอหนังสยองขวัญ และแฟนๆผลงานจากสองภาคแรก แม้อีกมุมหนึ่งจะทำได้เสมอตัวกับคนทั่วไป(ที่ไม่คาดหวัง) หรือแฟนๆของตัวละครที่อ้างอิงถึงในย่อหน้าข้างต้น รวมถึงการกำกับของ Leigh Whannell ที่พอจะดูได้เรื่อยๆไม่ได้มีข้อตำหนิแบบมือใหม่หัดหลอน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าท่ามกลางปีแห่งการแข่งขัน มีผลงานทรงเดียวกันที่โดดเด่นมากมายตั้งแต่ยังไม่เข้าฉาย อาทิ Before I Wake, Sinister 2, The Visit, Crimson Peak, Regression แล้วก็เต็งหามอย่าง It Follows (จ่อคิวฉายจริง 25 มิ.ย.) มันก็พอจะสื่อได้ว่า Insidious: Chapter 3 ยังไม่สามารถพาตัวเองไปอยู่ในกลุ่มผุ้ท้าชิง “หนังสยองขวัญแห่งปี 2015” ไปได้อีกหนึ่งเรื่อง!!!
- Insidious The Last Key (2018) วิญญาณตามติด กุญแจผีบอก
Insidious: The Last Key (Adam Robitel, 2018)
คะแนน D+
“หนังมีความอยากหลอนและพยายามที่จะใส่ความแปลกใหม่ลงไปให้ต่างจากภาคเดิม เพียงแต่ช่วงเวลาที่ผีออกมาคือความล้มเหลวที่สุดของงานนี้” หากใครชื่นชอบงานสไตล์ผีตุ้งแช่ หนังผี ‘Insidious’ คงจะจัดอยู่ในหมวดนี้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งสำหรับภาค 4 นี้ หนังพยายามฉีกแนวทางเดิมออกไปนิดหน่อยเพื่อให้มีกลิ่นอายความเป็นหนังผีสไตล์ ‘Conjuring’ ที่มีวิธีการอำคนดูแบบทีเล่นทีจริง ผีจริงหรือไม่ผี สืบสวนสอบสวนเล็กๆ ซึ่งมักจะประสบความสำเร็จ อะไรทำนองนั้น แต่มันก็ยังไม่ทิ้งความเป็นผีตุ้งแช่ ซึ่งก็เป็นผีตุ้งแช่ที่ไม่เอาไหนจริงๆ ประกอบกับงานภาพแบบเดิมๆที่ให้เราคุ้นชินและเชื่อมโยงไปยังภาคก่อนๆ ที่ค่อนข้างยัดเยียด สำหรับภาคนี้คือจุดเริ่มต้นของมหากาฬ ‘ป้าเอรีส จิตสัมผัส’ ผู้ไล่ล่าผีร้ายช่วยเหลือมวลมนุษย์ (หมดมุกเล่าแล้วแหละ)
สำหรับหนังผีมักจะแบ่งการเล่าเรื่องออกเป็นสามองค์อย่างชัดเจน คือ เริ่มต้นปูเนื้อเรื่อง ผจญภัยตามสืบหาสาเหตุ คลี่คลายปม สำหรับ ‘Insidious: The Last Key’ มีช่วงองค์แรกของการเปิดเรื่องเกี่ยวกับตัวละคร ‘เอรีส’ กับช่วงต้นๆองค์สองที่ทำได้น่าสนใจ แต่หลังจากนั้นคือความล้มเหลวของตัวหนังในการคลี่คลายปัญหาและเฉลยทุกสิ่งอย่าง เพราะมันไม่รู้สึกน่ากลัว ไม่รู้สึกอยากติดตาม ไม่รู้สึกอยากเอาใจช่วยตัวละคร ซึ่งมันผิดวิสัยของหนังผี เพราะช่วงท้ายเรื่องมันจะต้องเป็นช่วงเวลาแห่งความพีค ความหลอนแบบร้องขอชีวิตว่าพอเถอะ ซึ่งมันไม่มีเลย มันเรียบเฉย จับทางได้ และน่าเบื่อ จนรู้สึกไม่ชอบ และกลายเป็นหนังตลกเสียด้วยซ้ำ รวมไปถึงการปรากฏตัวของผีที่ล้มเหลวสำหรับเรามาก เพราะมันดูอ่อนและไม่น่าจดจำ
ท้ายสุด ‘Insidious: The Last Key’ คือหนังผีที่ใช้ฉากตุ้งแช่ได้ไม่คุ้มและใช้แบบผิดที่ผิดทาง นึกอยากใส่มาก็ใส่จนน่ารำคาญ ไม่สมเหตุสมผล(แม้จะพอมีเหตุบางแต่ก็ดูเป็นการจับยัดเกินไป) ใส่มุกตลกเยอะจนไม่แน่ใจว่าจะเอาดีทางหลอนหรือเอาดีทางตลกขบขัน ขาดความสร้างสรรค์และคุณภาพในการหลอกหลอนต่ำมาก ชั้นเชิงความหลอนแย่ที่สุดในทุกภาคของ ‘Insidious’ เหมือนจะแปลกใหม่จากภาคเดิมแต่กลายเป็นถอยหลังตามพล็อตหนังซะอย่างงั้น รู้สึกเสียดายจักรวาลนี้เหมือนกันเพราะเราชอบคอนเซ็ปต์ของวิธีเล่าเอามาตั้งแต่ภาคแรก อย่างไรก็ตาม หนังก็มีช่วงเวลาสืบสวนและเกริ่นนำที่ดีอยู่แต่หลังๆก็เริ่มเลอะเทอะแบบกู่ไม่กลับ…
ขอให้มีความสุขกับการรับชมภาพยนตร์ครับ 🙂
- INSIDIOUS THE RED DOOR (2023) วิญญาณตามติด ประตูผีผ่าน
รีวิว Insidious: The Red Door – วิญญาณตามติด ประตูผีผ่าน (2023)
เข้าฉาย 27 กรกฏาคม ในโรงภาพยนตร์
Insidious: The Red Door เป็นเรื่องราวที่ต่อจากภาคที่สอง (Insidious: Chapter 2) ซึ่งจะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นใน 10 ปี หลังจากเกิดเหตุ และบทสุดท้ายในเรื่องราวสุดสยองของครอบครัวแลมเบิร์ต เพื่อจบเรื่องและส่งเหล่าปีศาจกลับไปยังหลุม เมื่อ จอช (แพทริค วิลสัน) และนักศึกษามหาวิทยาลัย ดัลตัน (ไท ซิมพ์กินส์) ต้องดำดิ่งลงไปในโลกวิญญาณให้ลึกกว่าที่เคย เพื่อเผชิญหน้ากับอดีดอันดำมืดของครอบครัวและพบกับความสยองขวัญครั้งใหม่ที่ซ่อนตัวอยู่หลังประตูผีผ่าน
เดินทางมาเป็นภาคที่ 5 แล้ว สำหรับจักรวาลผีตามติด ซึ่งภาคนี้ก็ได้ดารานำอย่างแพทริค วิลสัน ขึ้นแท่นเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เป็นครั้งแรก ซึ่งหากเป็นแฟนหนังผีมักจะติดภาพแพทริคที่มาคุ่กับเวร่า ฟาร์มิก้า สามีภรรยานักล่าผีจากจักรวาล The Conjuring ซะมากกว่า แม้ว่าแพทริคจะแสดงนำใน Insidious ภาค 1 และ 2 แต่ภาพจำของเรายังติดอยู่ในจักรวาล The Cojuring ซะมากกว่า
ภาค 5 นี้ ชื่อว่า The Red Door หรือ ประตู(แดง)ผีผ่าน เรื่องราวดราม่าครอบครัวพ่อและลูกชายที่เข้มข้น ปมความลับของครอบครัวที่ซ่อนอยู่หลังประตูผีผ่าน
วิญญานร้ายสุดเฮี้ยนที่คอยโผล่มาหลอกหลอนทั้งพ่อและลูก หนังเดินเรื่องได้น่าติดตาม และฉากผีโผล่ทำเอาสะดุ้งออกมาได้ดีทีเดียว และรวมถึงบรรยกากาศโทนของหนังแบบเก่าๆ มืดๆ ความเงียบงัน ให้ความรู่้สึกเย็นยะเยือก หลอน สะพรึง ได้อารมณ์ดี แต่ก็นั่นแหละมันก็ยังไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นและสดใหม่กว่าภาคที่ผ่านๆมาและยังไปไม่สุดในด้านความสยองวัญ แต่กลับไปได้ดีในแง่ของดราม่าครอบครัว สิ่งหนึ่งที่ทำให้หนังไปได้ดีและน่าติดตามก็เพราะเคมีของแพทริค วิลสัน และ ไท ซิมพ์กินส์ ในบทพ่อลูกที่เคมีเข้ากันดีมาก อาจเป็นเพราะทั้งสองได้เล่นด้วยกันตั้งแต่ภาค 1 และ 2 เลยทำให้ถ่ายทอดออกมาได้อย่างไหลลื่นและลงตัว และยังมีสาวซินแคล แดเนี่ยล เล่นเป็นเพื่อนใหม่ชองจอช ดัลตัน(ไท ซิมพ์กินส์)ในมหาวิทยาลัยมาคอยขโมยซีนและสร้างสีสันได้ค่อนข้างดี
โดยรวมภาคนี้ทำออกมาได้ค่อนข้างโอเค นักแสดงนำเก่งเอาอยู่ มีทั้งน่ากลัวและมุขตลกขบขันที่สอดแทรกเข้ามาเป็นระยะ แม้จะไม่ดีเท่ากับบางภาคในซีรีส์ Insidious แต่สิ่งนี้ก็เพียงพอที่ทำให้เห็นว่า แพทริค วิลสัน มีฝีมือในการกำกับภาพยนตร์แนวสยองขวัญออกมาได้ดีทีเดียวแหละ
อันดับความชอบ Insidious ทั้ง 5 ภาค ของแอดมิน
– Insidious 1 (2010) > Insidious Chapter 3 (2015) > Insidious Chapter 2 (2013) > Insidious 5 The Red Door (2023) > Insidious 4 The Last Key (2018)
รวมหนัง InsidiousInsidious Chapter 2 (2013) วิญญาณตามติด 2
Insidious Chapter 3 (2015) วิญญาณตามติด 3
Insidious The Last Key (2018) วิญญาณตามติด กุญแจผีบอก
INSIDIOUS THE RED DOOR (2023) วิญญาณตามติด ประตูผีผ่าน
[/read]
