4 KINGS อาชีวะยุค 90
4 KINGS อาชีว สมัย 90 (อังกฤษ: 4 KINGS) เป็นหนังไทยแนวย้อนยุคผาดโผนดรามาวัยรุ่น ออกฉายหนแรกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 เดือนธันวาคม พุทธศักราช 2564 โดยได้ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของค่ายสร้างรหนังฟิล์มถ่ายรูป จากการดูแลของความมั่งคั่งดงษ์ นาคทองคำ แสดงนำโดย คุ้มครอง อมรศุภศรี อิชณน์มือ พึ่งเกียรติยศรัศมี (จ้ะย ไททศมิตร) ภูเขาไม่ รังษีธนาความรื่นเริง ณัฏฐ์ ธุระจริต สิราษฎร์ อินทรโชติ อัครินทร์ อัครนิธิการบูชายัญเมือง ภาพยนตร์นี้เป็นการสะท้อนปัญหา การต่อสู้ของนิสิตอาชีพระหว่างสถาบันต่างๆในตอนคริสต์ทศวรรษ 1990
[read more]
- 4 KINGS (2021) อาชีวะ ยุค 90
4 คิง เรื่องราวของภาพยนตร์เกิดขึ้นในปี พุทธศักราช 2538 โดยเล่าผ่านความจำของใบเสร็จรับเงินลี อดีตกาลนิสิตอาชีวที่ผันตัวมาเป็นพ่อเลี้ยงลำพังกับบุตรสาววัยรุ่นของเขา หากว่าความเชื่อมโยงระหว่างบิดากับบุตรสาวจะไม่ค่อยดีนัก แต่ว่าเมื่อบุตรสาวของเขาได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ของกลุ่มเด็กอาชีพ ทำให้ใบเสร็จรับเงินลีรู้สึกนึกถึงสมัยก่อนของตนเองรวมทั้งสหาย ในสมัย 90 มีวิทยาลัยอาชีพมีชื่อเสียงมากไม่น้อยเลยทีเดียวแต่ว่ามีอยู่ 4 สถาบันที่เด่นหมายถึงอินทรอาชีวเล่าเรียน ช่างกลบุรณพนธ์ เทคโนโลยีประชาชนชล และก็มาศอาชีพ พวกเขามีชื่อเล่นว่า “4 KINGS”
ใบเสร็จรับเงินลีรู้สึกซึมเซาใจเมื่อแม่ของเขาสมรสใหม่และก็พ่อเลี้ยงก็ไม่ชอบเขา ทางออกเดียวของเขาเป็นเพื่อนเกลอ ฉะนั้นเขาก็เลยจำต้องทำทั้งหมดทุกอย่างเพื่อรักษาแล้วก็คุ้มครองป้องกันมิตรภาพของเขากับเพื่อนร่วมสถาบันของเขา ใบเสร็จรับเงินลีเจอกับความไม่ลงรอยกันทุกแบบอย่างรวมทั้งสูญเสียเพื่อนรักไป นับเป็นบทเรียนชีวิตครั้งใหญ่ที่เขาจำเป็นต้องทดแทนมาจนถึงทุกวันนี้
- 4 Kings 2 (2023) โฟคิงส์ 2
4 king 2 ภาคต่อของหนังดรามาแอคชันที่เคยสร้างชื่อและก็สร้างรายได้มากให้กับบริษัทภาพยนตร์ เมื่อ 2 ปี โดยการกลับมาคราวนี้ก็ยังได้กระแสตอบรับที่ดีอย่างสม่ำเสมอ ด้วยเหตุว่าสามารถทำเงินเปิดตัว 4 วันแรกได้อย่างงดงามถึง 29.48 ล้านบาท ขึ้นแท่นเปลี่ยนเป็นชั้นที่ 2 ของหนังเปิดตัวเจริญที่สุดในตอนช่วงหลังปี 2566 รวมทั้งชั้นที่ 2 ของกรุ๊ปภาพยนตร์ไทยในรอคอยปีนี้ ด้อยกว่าแค่เพียง ธี่หยด (71.57 ล้านบาท) เพียงแค่นั้น
โดยรายได้ออกตัวของ 4Kings 2 เห็นได้ชัดว่ามีกรุ๊ปแฟนหนังเป็นกลุ่มเป็นก้อนเยอะขึ้น นับว่าหนังทำเงินเปิดตัวดีมากกว่าภาคแรก 4Kings เคยทำเอาไว้ที่ 18.68 ล้านบาท ในช่วงปลายปี 2564 ก่อนจะแปลงเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ไทยในปีนั้นที่บรรลุความสำเร็จเกินการคาดการณ์ รวมทั้งมองทรงแล้ว 4Kings 2 ก็คงจะดำเนินรอยตามแนวทางนั้นได้ง่ายๆ เนื่องจากว่าในช่วงเวลานี้หนังก็โกยรายได้เปิดตัวทั้งประเทศได้มากถึง 72 ล้านบาท จากการฉายแค่เพียง 4 วันแรก คาดว่าในวันพุธที่จะถึงนี้หนังจะทะลุหลักร้อยล้านบาทได้สบายๆ
ผู้กำกับพุฒิพงษ์ นาคทอง
บริษัท ค่ายหนังเนรมิตร หนัง ฟิล์ม
นักแสดงใน 4 kings- อารักษ์ อมรศุภศิริ
- อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี
- ภูมิ รังษีธนานนท์
- ณัฏฐ์ กิจจริต
- สิราษฎร์ อินทรโชติ
- อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ
- อุกฤษ วิลลีย์ บรอด ดอนกาเบรียล
- สมพล รุ่งพาณิชย์
- สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร
- เบนจามิน โจเซฟ วาร์นี
- ทศพล หมายสุข
- ภัทร เอกแสงกุล
- ณัฐวุฒิ เจนมานะ
- อินทิรา เจริญปุระ

#หนามเตยรีวิว
4 Kings อาชีวะ ยุค 90
กำกับโดย พุฒิพงษ์ นาคทอง
(2021)
– – – – – – – – – –
4 kings ภาค 1 งานภาพยนตร์เรื่องแรกของค่าย เนรมิตรหนัง ฟิล์ม Neramitnung Film และงานกำกับภาพยนตร์ครั้งแรกของพุฒิพงษ์ นาคทอง ที่นำประสบการณ์จากการที่ตัวผู้กำกับเรียนในสายอาชีพ หรือสายอาชีวะ และตำนานสถาบันอาชีวะ 4 แห่ง ประกอบไปด้วย อินทรอาชีวะ เทคโนโลยีประชาชื่น(ในหนังปรับเปลี่ยนชื่อเป็น เทคโนโลยีประชาชล) ช่างกลบุรณพนธ์ และกนกอาชีวะ ในบรรยากาศในช่วงยุคปลาย 90 ที่ทั้ง 4 สถาบันเป็นตัวจิ๊ด ในเรื่องการตีกัน
จากตัวอย่างภาพยนตร์ สามารถทำออกมาได้น่าติดตาม มีหลายมุมมองที่น่าสนใจ จนเมื่อได้มาดู ก็ได้พบว่าหนังเรื่องนี้ได้มอบความบันเทิงที่เกินคาดหมายจากที่คนดูอย่างเราคาดหวังกับหนังเรื่องนี้ได้อย่างมาก รู้สึกได้ถึงความตั้งใจของผู้ผลิตเรื่องนี้ในด้านต่างๆ ของหนัง ทั้งในด้านบท ที่ขอแอบสปอยล์นิดๆ ถ้าหวังจะดูเรื่องนี้เพื่อหวังฉากอาชีวะตีกันมันส์ๆ 4 Kings คงไม่ตอบโจทย์ในด้านนี้เท่าไหร่ การมีฉากตีกันในหนังเป็นส่วนที่เสริมเนื้อเรื่องมากกว่า จะเรียกแนวหนังของเรื่องนี้ว่าเป็นแนว drama action ก็คงไม่ผิดนัก เพราะในหนังเน้นเล่าประเด็นของความขัดแย้งต่างสถาบัน มุมมองของผู้ใหญ่ต่อนักเรียนอาชีวะ และมิตรภาพของเพื่อนในสถาบัน ซึ่งหนังทำออกมาได้ดูสนุก น่าติดตามไปกับโลกและบรรยากาศของหนัง ที่ทำให้เชื่อว่าอยู่ในยุค 90
สิ่งที่เราชอบในหนังเรื่องนี้ ถ้าคนดูไม่สังเกตก็จะไม่รู้เลย คือการสร้าง character ให้แต่ละสถาบันมีอัตลักษณ์แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลทำให้มันดูมีมิติ ไม่ใช่แค่ทำให้แต่ละสถาบันในหนังมีแค่เรื่องตีกัน การที่แต่ละสถาบันนั้นมีความแตกต่างกัน ปัจจัยอีกอย่างที่สำคัญเลยคือการแสดงของนักแสดงที่อยู่ในเรื่อง ที่หลายคนทำได้ดี และหลายคนที่เกินคาด ซึ่งกลุ่มที่เกินคาดสำหรับเราคือกลุ่มนักแสดงที่มาจากสายนักร้อง ทั้งจ๋าย ไททศมิตร D. Gerrard และแหลม สมพล (แหลม 25 Hours) อย่างพี่จ๋ายที่เป็นเมนหลักของเรื่อง ทำออกมาเกินกว่าคาดไว้ คือเรารู้ว่าพี่จ๋ายแกเรียนด้านการแสดงมา ทำให้เราแค่ว้าวระดับนึง บางช่วงยังแอบเล่นใหญ่อยู่ แต่โดยรวมทำออกมาได้ดีน่าพอใจ พี่แหลมจากนักร้องที่ดูเนิร์ดๆ แต่ในหนังก็ทำให้เชื่อว่าดูดิบโหด แต่ที่เกินคาดเลยคือ D. Gerrard ที่ทั้งเปลี่ยนลุค และการแสดงแบบจิตๆ ในงานหนังเรื่องแรก ซึ่งเราว้าวมาก
ถึงแม้หนังมีข้อดีในระดับดีมาก แต่หนังก็ยังมีข้อบกพร่องอยู่ ทั้งในด้านการใส่เรื่องราวของ 4 สถาบัน + 1 กลุ่ม เข้ามาในหนังที่มีความยาว 2 ชั่วโมง 19 นาที ให้ออกมาดีเพียงใด แต่สำหรับเราแล้วรู้สึกมันยังไม่เพียงพอ ปูมหลังของบางสถาบันและบางตัวละคร มันยังทำให้เราเข้าใจไม่ได้เพียงพอ ทำให้เราไม่อินบ้างในบางช่วงของหนัง มีบางจุดที่ทำให้เสียน้ำตาได้ แต่หนังยังไปไม่สุด และการเปลี่ยนผ่านยุค ในหนังจะมี 2 พาร์ท คือยุค 90 และยุคปัจจุบัน ซึ่งยังไม่เห็นการเปลี่ยนมากนัก ทั้งบท และโปรดั๊กชั่นไม่ส่งเท่าที่ควร และการที่หนังมันดูสอนคนดูเยอะและเกินวัยตัวละครไปเสียหน่อย แต่ยังอยู่ในจุดที่รับได้
4 Kings อาชีวะ ยุค 90 เป็นอีกหนึ่งในหนังไทยในปีนี้ ที่ความน่าสนใจ และติดตาม ทั้งในด้านบท งานสร้าง นักแสดง ที่ทำออกมาได้ดี ส่งผลให้หนังเรื่องนี้ดูสนุกเกินกว่าคาดไว้ เห็นถึงความตั้งใจของผู้ผลิตต่อการสร้างเรื่องนี้ ควรค่าแก่การไปดูในโรงในภาพยนตร์ครับ.
*** คะแนนเฉลี่ยรวม 8.2/10 คะแนน ***
บทภาพยนตร์: 7/10 คะแนน
งานสร้าง: 8.5/10 คะแนน
งานแสดง: 9/10 คะแนน
ข้อคิดที่ได้: 7.5/10 คะแนน
ความประทับใจ: 9/10 คะแนน
4 Kings 2 (2023) โฟคิงส์ 2 BENJI Review4 KINGS 2 (2023) – ทุกแรงกระทำ มีผลลัพธ์เสมอ
กำกับโดย พุฒิพงศ์ นาคทอง
มาถึงเรื่องล่าสุดที่ทุกคนรอคอย “4 KINGS 2” ภาคต่อของ “4kings อาชีวะ ยุค 90” หนังไทยจาก เนรมิตรหนัง ฟิล์ม Neramitnung Film ที่สร้างปรากฏการณ์ในสังคม ทั้งเสียงวิพากษ์วิจารณ์และความฮือฮา
ในวันนี้ จึงอยากจะมารีวิวภาคถัดมา เผื่อว่าท่านใดสนใจรับชมนะครับ
[ ความรู้สึกหลังชม ]
– เกริ่นนำสั้น ๆ ก่อนว่า 4 KINGS คือหนังที่ว่า ด้วยเรื่องของการห้ำหั่นกันของกลุ่มนักเรียนช่างจาก 4 สถาบัน ได้แก่ โรงเรียนกนกอาชีวศึกษา, โรงเรียนอินทรอาชีวศึกษา, โรงเรียนเทคโนโลยีประชาชื่น, โรงเรียนเทคนิคบุรณพนธ์ (เดิมชื่อ โรงเรียนช่างกลบุรณพนธ์)
นักเรียนจากทั้ง 4 สถาบัน ล้วนมีความแค้นฝังใจจากการแก้แค้นกันไปมา เป็นวังวนไม่รู้จักจบสิ้น
ในภาคนี้หนังต่อยอดเรื่องราวจากภาคแรกโดยโฟกัสไปที่ “บ่าง” (แหลม – สมพล รุ่งพาณิชย์) หัวหน้าแก๊งค์จากกนกอาชีวศึกษา และ “ยาท เด็กบ้าน” (บิ้ก ดี เจอร์ราร์ด) ตัวละครจากภาคที่แล้วที่มีประวัติเคยติดคุกเด็กมา
ทั้งสองเป็นตัวละครที่เคยมีชีวิตเกี่ยวข้องกันในสมัยเด็ก และเชื่อมโยงกันผ่าน “บุ้ง” (ทราย เจริญปุระ) พี่สาวของบ่าง เมื่อโตขึ้น บ่างและยาทต่างมีชีวิตที่หันเหออกจากกัน
ด้วยปมประเด็นบางอย่างที่เกิดขึ้น ก็ทำให้ทั้งสองได้กลับมากระทบกระทั่งกันอีกครั้ง พร้อมทั้งพัวพันกับการตีกันของโรงเรียน 4 สถาบัน
(จริง ๆ พล็อตก็แอบมีความนิยายกำลังภายในอยู่นะ)
– สำหรับ 4 KINGS 2 หนังขยายเรื่องราวได้เป็นผู้ใหญ่กว่าภาคที่แล้ว ด้วยโทน “ทริลเลอร์แก๊งสเตอร์” ผสมกับ “Coming of age”
หนังมีพาร์ทดราม่าที่หนักขึ้น และเพิ่มความโหดดิบที่เดือดกว่าเดิม ขณะเดียวกัน ก็เติมมิติของตัวละครให้ผู้ชมได้เห็นทุกมุม ซึ่งตรงนี้น่าชื่นชม เพราะ เราได้เห็นความเป็นเหตุเป็นผลในตัวละครแต่ละตัวมากขึ้น ถึงสาเหตุว่าทำไมชีวิตของเขาถึงเป็นแบบนี้
ชีวิตที่เลวร้ายอาจเกิดจากสภาพจิตใจของเขาที่ไม่ทนทานต่อสังคมเอง อย่างไรก็ตาม เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความไม่สมบูรณ์ในตัวเด็ก ก็อาจเกิดจากสภาพแวดล้อมในชีวิตที่เติมเต็มสิ่งดี ๆ ให้เขาไม่ได้
ครั้นเมื่อจะโตมาเป็นคนบิดเบี้ยว กว่าสำนึกได้ ก็มักเป็นเวลาที่สายหรือสูญเสียบางอย่างไปแล้ว
ดังนั้น หนังจึงพยายามสะท้อนให้เห็นถึง “ผลลัพธ์” ของ “แรงกระทำ” ของเด็กกลุ่มนี้ที่ไม่เคยเป็นผลดีกับทุกคน ซ้ำร้ายรังแต่ทำให้ชีวิตตกต่ำกว่าเดิม
– ส่วนถัดมา รู้สึกประทับใจในอารมณ์ทริลเลอร์ที่บีบสมองเราได้เสมอ หลายซีนแค่ตัวละครจ้องตากัน ก็เดือดระอุแล้ว ส่วนบางซีนก็ตลกร้ายดี
– ส่วนตัวขอยกให้บท “ยาท เด็กบ้าน” เป็นตัวละครที่มีมิติมากที่สุดในเรื่อง
ในภาคแรก หนังแสดงให้เห็นว่า คนบ้าและเลวโดยสันดานอย่างแท้จริงมีคาแรคเตอร์เป็นอย่างไร ขณะที่ในภาคนี้ หนังให้พื้นที่กับแบ็คกราวน์เบื้องหลังชีวิต
นั่นก็ทำให้ผู้ชมเห็นว่า “ยาท” มีชะตากรรมที่น่าสงสารจับใจ และเป็นหนึ่งในตัวละครที่มี Conflict ในตัวเองมากที่สุด
ส่วนพาร์ทตัวละครอื่น ๆ ก็ชอบเช่นกัน โดยเฉพาะบท “บ่าง”, “บุ้ง”, “ตาของยาท” ทุกคนระเบิดอารมณ์ได้เยี่ยมจนน่ากวาดรางวัลใหญ่ ๆ ในไทย
– ในภาคนี้มีเพลงเพราะ ๆ ประกอบอย่างเพลง “บุษบา” ของ Moderndog และ “บางสิ่ง” โดยพี่แหลม สมพล
4 Kings 2 (2023) โฟคิงส์ 2 Movie FF: Friend and FunMovie FF | Now Showing / Review 📏 🩸 ⚙️
4 Kings 2 (2023) | 8.5/10
ภาคต่อที่ทั้งทวีทั้งความเดือดคลั่ง ทั้งทรงพลังในพาร์ทดราม่าแบบข้นคลั่ก! สามารถขยายเรื่องที่ไม่ได้เล่าจากภาคแรกได้กว้างขึ้น จนเติมเต็มให้เป็นยิ่งกว่าหนังแก๊งสเตอร์ตีกันสมบูรณ์ถึงเลือดเนื้อตัวละคร ฝังแมสเสจคมคายดั่งกระสุนยิvกลางอก ภาคแรกว่าชอบแล้ว ภาคนี้คือโคตรชอบ
“4 Kings II” หนังแนว Gangster/Action/Crime/Drama ที่คัมแบคมาเป็นครั้งที่ 2 ภาคต่อของหนังที่ตีแผ่ปัญหาของสังคมไทย วัยคึกวัยคะนอง ของกลุ่มนักเรียนอาชีวะในอดีตที่ผ่านมาตั้งแต่ช่วงยุค ’90s โดยที่ภาคแรกจะเป็นเรื่องราวของการยกพวกตีกันระหว่าง อิน กับ ชล (อินทรอาชีวศึกษา, เทคโนโลยีประชาชล) แต่ใน “4 Kings II” นี้ จะเป็นเรื่องราวการปะทะกันระหว่างสองคู่อริต่างสถาบันของ กนก และ บุรณพนธ์
เรื่องราวสุดเข้มข้นเริ่มต้นที่ ตุ้มเม้ง กนก ได้ถูกทำร้ายร่างกายจนปางตาย พรรคพวกที่นำโดย บ่าง กนก จึงเตรียมการหวังแก้แค้นให้เพื่อน ตามล่าคู่อริต่างสถาบันอย่าง เอก บุรณพนธ์ และ รก บุรณพนธ์ — แต่เมื่อความแค้นที่ถูกสะสมได้เวลาเอาคืน กลุ่ม บ่าง และ รก ที่กำลังเผชิญหน้ากัน ก็ดันมี ยาท เด็กบ้าน เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญกึ่งกลางระหว่างสงครามนี้ พร้อมที่จะจุดชนวนครั้งใหญ่ และมีเบื้อวลึกเบื้องหลังจากศึกครั้งนี้ ทีต่างฝ่ายต่างไม่เคยรู้มาก่อน จนเกิดเป็นความเดือดดาลในการล้างแค้นครั้งนี้!
บอกเลยว่าภาคแรกเข้มข้น-เดือดดาลเท่าใด ภาคต่อนี้คือความข้นคลั่กและทวีความเดือดคลั่งมากกว่า!! เริ่มที่หนังใส่หนักในพาร์ทความรุนแรงแบบโต้งๆ เลยในซีนแรก โหดเหี้ยมประหนึ่งหนัง torture จนพาเราคนดูเจ็บปวด-เห็นใจไปพร้อมๆ กับตัวละครนึงในซีนนั้น
จนเมื่อซีนนี้ผ่านพ้นไปนี่เอง ตัวหนังก็เริ่มขยับขยาย มีเรื่องจะเล่าในแก่นต่างๆ ที่สามารถหยิบนำมาเล่าได้ไม่ซ้ำกับภาคแรก แต่ในขณะเดียวกันมันก็ยังคงโอบล้อมไปด้วยเรื่องราวของ ‘ความต่างของสถาบัน’ ‘เสื้อช็อป’ ดราม่าความสัมพันธ์ทั้ง ‘เพื่อน’ ‘ครอบครัว’ พร้อมการถูกตั้งคำถามว่าการตีกันมันก่อเกิดผลอันใด ตีกันไปเพื่ออะไร เมื่อไรถึงจะเลิกจะหยุดได้ ทั้งหมดทั้งมวลหนังก็ยังหยิบมาสานต่อ พร้อมขยายเรื่องอีกหลากหลายมุมที่ไม่ได้เล่าจากภาคแรกได้กว้างขึ้น เห็นปมเห็นสิ่งที่ฝังจิตฝังใจของแต่ละตัวละครแทบทุกตัว จนถึงเห็นว่าทำไมพวกเขาถึงคิดมาเดินทางสายอันเลวร้ายแบบนี้ ..
อีกทั้ง หนังก็ยังร้อยเรียง-เติมเต็ม อีกสองส่วน-สองกลุ่มนักเลง (กนก และ บุรณพนธ์) จนครบเป็น 4 โรงเรียนอาชีวะชื่อดังที่เป็นตัวตึงคู่อริกันจนครบองค์ สมบูรณ์ และเชื่อมเรื่องด้วย ยาท เด็กบ้าน จนรู้สึกได้ถึงความเป็นเนื้อแท้แผ่นเดียวกันจากภาคแรกมาได้อย่างลงตัว (ยิ่งถ้าดูทั้งสองภาคติดกันคือเนียนกริบ สมู๊ธมากทีเดียว)
พร้อมกันนั้นเอง ในภาค 2 นี้ มันยิ่งทำให้เห็นได้เป็นรูปธรรมยิ่งกว่านามธรรม ที่หลายคนยังไม่เคยดูภาคแรก แต่ก็ตีค่าไปแล้วว่าเป็นหนังส่งเสริมให้เด็กมาตีกัน เอาเข้าจริงๆ ถ้าได้ดูมันคือหนังที่มีค่า มีความหมายมากกว่าหนังแก๊งสเตอร์ยกพวกตีกัน โดยเฉพาะภาคนี้ คือความสมบูรณ์ถึงแก่นดราม่าที่ยิ่งเข้มข้นคลั่กกว่า
เริ่มที่สาเหตุเลวร้าย จบลงที่ความเลวร้าย-ความน่าเวทนาอาลัยที่มากกว่า ดำดิ่งสู่เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวละครในความแก้แค้น ความหุนหันพลันแล่น ความกดดันที่ก่อมาทั้งจากสภาพแวดล้อม ชุมชนที่อาศัย แม้กระทั่งจากครอบครัว จนอาจมีแค่เพื่อนเท่านั้น (แต่ก็คิดผิด) จนทำให้เราเดินทางผิดตามกันไป หนังฝังแมสเสจต่างๆ ได้คมคาย เฉียบดั่งกระสุนยิvกลางอกทะลุจนฉุกคิดได้ยิ่งกว่าภาคแรก พร้อมกันนั้นเรายังเห็นที่หนังมันเต็มไปด้วยคุณภาพที่ดี แน่วแน่ และความตั้งใจทวีกว่าภาคแรกแบบก้าวกระโดด ซึ่งภาคแรกว่าชอบแล้ว ภาคนี้คือโคตรชอบมากไปอีก
— “บทเรียนของชีวิต ที่ย้อนกลับไปคิด .. ก็มีแต่คราบน้ำตา”
เรทคะแนน 8.5/10
ดูหนัง 4 kings ภาค 1 ภาค 24 Kings 2 (2023) โฟคิงส์ 2
[/read]

