ดูหนัง เดอะ สกอร์เปี้ยน คิง THE SCORPION KING ครบทุกเรื่อง
หนังศึกราชันย์ศึกเดือด เป็นภาพยนตร์โลดโผน/จินตนิมิต กำกับภาพยนตร์โดยชัค รัสเซล นำแสดงโดย ดเวย์น จอห์นสัน, เคลลี หู, แกรนต์ เฮสลอฟและไมเคิล คลาร์ก ดันแคน ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ภาคแยกมาจาก เดอะมัมมี่ รีเทิร์น ฟื้นชีพกองทัพมัมมี่ล้างโลก เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง เดอะ สกอร์เปี้ยน คิง ศึกราชันย์แผ่นดินเดือด เกิดขึ้นเมื่อ 5,000 ปีก่อนภาพยนตร์เรื่อง เดอะมัมมี่ คืนชีพคำสาปนรกล้างโลก และ เดอะมัมมี่ รีเทิร์น ฟื้นชีพกองทัพมัมมี่ล้างโลก ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้มีภาคต่อคือ เดอะ สกอร์เปี้ยน คิง 2 อภินิหารศึกจอมราชันย์
[read more]
เรื่องย่อ
The S...
ดูหนัง เดอะ สกอร์เปี้ยน คิง THE SCORPION KING ครบทุกเรื่อง
หนังศึกราชันย์ศึกเดือด เป็นภาพยนตร์โลดโผน/จินตนิมิต กำกับภาพยนตร์โดยชัค รัสเซล นำแสดงโดย ดเวย์น จอห์นสัน, เคลลี หู, แกรนต์ เฮสลอฟและไมเคิล คลาร์ก ดันแคน ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ภาคแยกมาจาก เดอะมัมมี่ รีเทิร์น ฟื้นชีพกองทัพมัมมี่ล้างโลก เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง เดอะ สกอร์เปี้ยน คิง ศึกราชันย์แผ่นดินเดือด เกิดขึ้นเมื่อ 5,000 ปีก่อนภาพยนตร์เรื่อง เดอะมัมมี่ คืนชีพคำสาปนรกล้างโลก และ เดอะมัมมี่ รีเทิร์น ฟื้นชีพกองทัพมัมมี่ล้างโลก ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้มีภาคต่อคือ เดอะ สกอร์เปี้ยน คิง 2 อภินิหารศึกจอมราชันย์
[read more]
เรื่องย่อ
The Scorpion King 1 เมื่อเราย้อนเวลากลับไปในปี 2002 The Scorpion King คือภาพยนตร์ภาคแยกที่แตกหน่อออกมาจากภาคต่อของหนังยอดฮิต The Mummy Returns (2001) ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของตัวละครอย่างมาธาอุส ซึ่งเกิดขึ้นก่อน The Mummy ภาคแรกนานกว่า 5000 ปี! ซึ่งรับบทโดยดเวย์น จอห์นสัน หรือที่บรรดาแฟนมวยปล้ำรู้จักเขาในนาม เดอะร็อค
The Scorpion King บอกเล่าเรื่องราวของเมมนอน (สตีเฟ่น แบรนด์) เจ้าแห่งทะเลทรายผู้แผ่ขยายอำนาจไปทั่วทุกหนแห่ง เขาขึ้นชื่อในความโหดเหี้ยม ไร้ความปราณี เมมนอนมีศัตรูอยู่ทั่วทุกสารทิศ บรรดาเหล่าชนเผ่าต่างๆจึงพยายามหาหนทางปราบทรราชคนนี้โดยการไปว่าจ้างมาธาอุส
ชายผู้สืบเชื้อสายนักรบมากความสามารถเพื่อขัดขวางเมมนอนไม่ให้ครอบครองทั่วผืนแผ่นดินแห่งทะเลทรายด้วยการกำจัดผู้พยากรณ์ มาธาอุสต้องลอบเข้าไปในเมืองโกโมราห์อันชั่วร้ายของเมมนอน และพบว่าผู้พยากรณ์ของเมมนอนนั้น เป็นหญิงสาวสวยชื่อ คาสซานดรา (เคลลี ฮู) ทำให้มาธาอุสตัดสินใจลักพาตัวเธอหนีออกมาจากตัวเมืองแทนที่จะสังหารเธอ!
แม้มาธาอุสจะรู้ดีว่าตนเองนั้นมีกองกำลังจำนวนมากที่พร้อมจะต่อสู่ศึกกับเมมนอนครั้งนี้ และหนทางเดียวที่จะยุติสงครามได้คือการเผชิญหน้ากับเมมนอนโดยตรง อย่างไรก็ตามคาสซานดราได้ทำนายดวงชะตาให้กับมาธาอุส และพบว่าเขาจะต้องตายในสงคราม แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เลือกที่จะยึดคติของชีวิตว่า จะอยู่อย่างเป็นอิสระหรือตายอย่างผู้กล้า!
และคนเดียวที่จะลิขิตชะตาได้ ก็คือตัวของเขาเองเท่านั้น ในช่วงเวลาที่หนังเข้าฉาย ถือว่า The Scorpion King เปิดตัวได้สวยในอเมริกาด้วยรายได้ 36 ล้านเหรียญฯ และทำรายได้ในบ้านเกิดไปที่ 91 ล้านเหรียญฯ ส่วนตลาดต่างประเทศทำเงินไป 89 ล้านเหรียญฯ รวมรายได้ทั้งสิ้น 180 ล้านเหรียญฯ จากงบประมาณต้นทุนในการสร้าง 60 ล้านเหรียญฯ
The Scorpion King 2
เฮ่อ ตอนแรกผมนึกว่ามันจะเข้าโรงกับเขานะครับ เพราะคนที่รับหน้าที่กำกับคือ Russell Mulcahy เจ้าของผลงาน Highlander, Ricochet, The Shadow และล่าสุดเพิ่งจะมีหนังเข้าท่าๆ อย่าง Resident Evil: Extinction แต่ที่ไหนได้ ดันโดนโยนลงวีดีโอทันที อีแบบนี้ก็เดาได้ล่ะครับว่าหนังไม่น่าจะดีเท่าไร
แรกเริ่มนั้นเขาคิดจะสร้างภาคต่อของ The Scorpion King โดยการเชิญตัว The Rock เจ้าเก่ามาสวมบท เพื่อจะได้สานต่อตำนาน เนื้อเรื่องจะว่าด้วยมัลไธอัส ได้เดินเข้าสู่ด้านมืดจนกลายเป็นพวกคลั่งสงครามและยอมกลายเป็นเดอะ สกอร์เปี้ยน คิงได้อย่างไร (นึกถึงอนาคินมาตะหงิดๆ) แต่พอดี The Rock แกงานเข้าเยอะครับ เลยบอกปฏฺเสธไป ทีมงานเลยตัดสินใจเปลี่ยนใหม่ สร้างเป็นภาค The Beginning แล้วกัน (มุกนี้นิยมใช้กันจริงเลยพ่อคู๊ณ)
หนังเล่าถึงวัยหนุ่มของมัลไธอัส (Michael Copon) ที่เห็นพ่อถูกมนต์ดำของคนชั่วสังหารต่อหน้าต่อตา และเจ้าชั่วนั่นก็คือซาร์กอน (Randy Couture) ที่ได้ตั้งตนเป็นราชาแห่งชนเผ่าอัคเคเดียน ซึ่งมัลไธอัสก็เก็บแค้นมาตลอด คอยฝึกปรือฝีมือจนเก่งกล้า แล้วเข้าสังหารซาร์กอน แต่มันมีพลังมากครับ ไหนจะมีมหาเวทย์อีก เขาเลยต้องเดินทางไปเสาะหาอาวุธวิเศษมาปราบมัน อันนำมาสู่การผจญภัยครั้งใหญ่ของหนุ่มน้อยมัลไธอัส
บอกตรงๆ นะครับ เหมือนดูตอนหนึ่งของพวกเฮอร์คิวลิสหรือซินแบดอ้ะ ไม่รู้เคยดูกันไหมนะครับ ฉายช่อง 3 สมัยก่อน เรื่องมันประมาณว่าพระเอกเป็นจอมพลังที่ต้องหาของวิเศษมาปราบมารหรือไม่ก็ต้องช่วยคนให้พ้นจากทรราชย์ อันนี้ใช่เลยครับ เปลี่ยนจาก Young Hercules เป็น Young Mathayus เฮ่อๆๆ
คุณภาพของหนังดูออกเลยครับว่าหนังทีวีหรือไม่ก็หนังแผ่นแน่นอน ไม่ลงทุนเลยอ้ะ ทั้งๆ ที่ในเรื่องมันต้องมีฉากที่อาศัยจินตนาการและความอลังการมากเลยนะครับ เพราะพวกมัลไธอัสต้องเข้าไปชิงขุมทรัพย์ในแดนลึกลับ
แล้วก็มีสัตว์ร้าย มีแดนค่ายกลเพียบ แต่หนังมันทุนไม่เยอะครับ เลยเนรมิตแบบดูออกว่า Effect ชัดๆ บางอันนี่หลุดออกมาเป็นโพลีกอนเลย โธ่ พี่จ๋า ขนาดซีรี่ส์พวกเฮอร์คิวลิสมันยังเนียนกว่าเลยจ้า นี่ทำมาเหมือน Effect หนังจักรๆ วงศ์ๆ ช่อง 7 อ้ะ ดีไม่ดีช่อง 7 จะดีกว่าด้วยนะเอ้า (ภูมิใจดีมั้ยเนี่ย)
ส่วนดาราก็ไม่คิดมาก ดีหน่อยที่ฟากมะกันเขาโอเคในการคัดคนมาเล่น อย่างน้อยคนต้องเล่นหนังได้ ซึ่งในเรื่องเขาก็เล่นหนังเป็นล่ะครับ ไม่มีปัญหา แต่บทและเนื้อเรื่องมันอ่อนน่ะ Effect ยังง่ายอีก แล้วคิดดูครับ มันมีฉากพวกพระเอกล่องเรือข้ามน้ำไปยังแดนขุมทรัพย์ คุณเชื่อไหมครับว่าฉากบนเรือน่ะ
มันถ่ายแบบเล่นมุมกล้องสุดชีวิต นั่นคือถ่ายหน้าพระเอกนางเอก แต่แทบไม่เห็นพื้นเรือเลย ที่สำคัญคือแทบไม่เห็นน้ำด้วยซ้ำ เหมือนแกถ่ายในฉากแล้วสั่นกล้องแบบน้ำขึ้นน้ำลงอ้ะครับ โอ้ พี่ ทำยังงี้ได้ไงอ้ะเนี่ย งงมาก
สรุปคือไม่ปลื้มเท่าไรครับ คาดไม่ถึงว่าหนังมันจะไม่มีอะไรเลยขนาดนี้ แล้วคนกำกับคือ Mulcahy เนี่ยนะ โธ่พี่ เสียประวัติผู้ให้กำเนิด Highlander หมดล้ยโธ่ๆๆๆ แล้วแต่คุณนะครับ ถ้าชอบ The Scorpion King ภาคแรก
แนะนำให้ไปเช่าภาคแรกมาดูซ้ำ อย่าไปทะลึ่งหยิบภาคสองมาจะดีกว่าครับ ท่านอาจเซ็งทางอารมณ์ได้ เสียดายจังเลย จริงๆ ผมว่าภาคแรกก็ไม่ได้มันส์เต็มที่นะครับ แต่พอดูภาคนี้ มันช่วยยกระดับภาคแรกให้ดีขึ้นเยอะ
The Scorpion King 3
ภาคนี้ก็ลงแผ่นอีกตามเคยครับ กับเรื่องราวตอนที่สามของตำนานยอดนักรบอัคเคเดียนนามว่า มัลไธอัส หรือฉายาว่าเดอะ สกอร์เปี้ยน คิง หลังจากภาคแรกหนังได้เล่าให้เรารู้จักถึงการขึ้นครองอาณาจักรของเขาแล้ว ภาคสองก็ย้อนไปเล่าเรื่องสมัยหนุ่มๆ พอมาภาคนี้หนังก็เล่าถึงเหตุการณ์หลังจากภาคแรกครับ เริ่องเริ่มเมื่อ มัลไธอัส (Victor Webster) ได้เข้าสู่จุดตกต่ำ
ต้องสูญเสียทั้งอำนาจ อาณาจักร และแม้กระทั่งคนรักของเขา มัลไธอัสเลยกลับมาเป็นนักฆ่ารับจ้าง ทำภารกิจยากๆ เพื่อเงินอีกครั้ง และงานล่าสุดของเขาก็คือรับใช้ราชันย์ฮอรัส (Ron Perlman) ในการสยบน้องชายจอมโฉดนามว่าทาลัส (Billy Zane) ที่หมายมั่นจะยึดทุกสิ่งที่เป็นของพี่ชายมา แล้วยังคิดจะช่วงชิงคัมภีร์มรณะที่กล่าวกันว่ามีเวทย์มนต์มหากาฬที่จะปลุกเหล่ายมฑูตปีศาจขึ้นมา และบงการพวกมันได้ คัมภีร์ว่านี้อยู่ในอารักขาของกษัตริย์ราเมซาน
หรือถ้าออกเสียงแบบไทยๆ ก็คือพระเจ้าราเมศวรนั่นเองครับ (Temuera Morrison) กษัตริย์พันธมิตรแห่งฮอรัสที่ปกครองอยู่ในดินแดนเอเซียตะวันออก มัลไธอัสเลยต้องออกแรงหยุดยั้งแผนร้ายของทาลัสให้ทันตามสูตรสำเร็จนั่นล่ะครับจริงๆ แล้วพล็อตมันเข้าท่านะครับ แม้จะว่าง่ายๆ แต่ถ้าทำดีๆ มันก็ดูเพลินได้ แต่ตัวหนังกลับออกไปในเชิงเข้ารกเข้าพงซะมากกว่า เพราะระหว่างที่ดูนั้นรู้สึกถึงกลิ่นไอหนังเกรดบีมาเสยจมูกอยู่ตลอด หลายอย่างที่อยู่ในหนังก็ไม่ค่อยจะกลมกล่อม จริงๆ ต้องบอกว่ารสออกแปร่งเลยด้วยซ้ำ
อย่างแรกคือ หนังยกกองมาถ่ายทำที่ประเทศไทย ใช่ครับ ไทยแลนด์แดนสยามของเรานี่แหละ ถ่ายตามป่าเขาที่มีต้นไทรใหญ่ๆ รากยาวๆ แล้วก็ถ่ายตามปราสาทหินด้วย จริงๆ น่าจะเป็นเรื่องดีนะครับ เป็นการโปรโมตบ้านเราไปในตัว แต่ทว่าทีมงานกลับถ่ายแบบไม่เลือกมุมกล้อง ไม่เก็บภาพงามๆ
ไม่ทำให้แต่ละโลเกชั่นในบ้านเรานั้นดูดีขึ้นมาเลย อย่างตรงต้นไทรเก่าแก่หรือที่น้ำตกนั่น ถ่ายดีๆ ล่ะสวยเลยนะครับ จริงๆ แล้วการที่เขาไม่ค่อยถ่ายภาพสวยๆ ในป่าเขาบ้านเราน่ะมันไม่ได้ส่งผลแย่อะไรกับเรานักหรอกครับ แต่มันส่งผลต่อตัวหนังน่ะ ฉากต่างๆ มันเลยออกมาธรรมดา ไม่มีอะไรดึงดูดใจ ไปๆ มาๆ ดูไม่ลงทุนเลยด้วยซ้ำ
ยิ่งบางฉากมันขัดกันในตัวเองเลยครับ อย่างตอนฮอรัสพามัลไธอัสเดินในปราสาทนั้น ก็อดฮาไม่ได้ เพราะปราสาทของฮอรัสมันควรจะออกแนวอียิปต์หน่อยใช่ไหมครับ แต่นี่อิฐมอญชัดๆ มีโบกปูนปาดเป็นจุดๆ ด้วยนะครับ แล้วคิดดูครับ เดินในปราสาทหินเมืองโบราณบ้านเรา ราชันย์ฮอรัสแห่งชุดออกแนวมองโกล, พี่มัลไธอัสก็เปิดอกแบบอัคเคเดี้ยน, ทหารที่เดินตามก็แต่งแบบโรมัน ส่วนหัวหน้านายกองแต่งสไตล์กรีก… ดูไปเกาหัวไป
ด้านเนื้อเรื่องก็ไม่มีอะไรซับซ้อนครับ ทำออกมาแบบฉากต่อฉาก ไม่มีอะไรน่าจดจำนัก ซ้ำยังมีการยำแบบใส่เครื่องปั่น โดยไม่ดูเล้ยว่ามันจะเข้ากันได้ไหม ไม่ว่าจะการจับเอาสกอร์เปี้ยนคิงมาเดินเล่นแถวชายแดนไทย – กัมพูชา ใช้ช้างไทยรบสู้ศึกกัน แล้วยังมีนินจาโดดลงมาแจมในแดนปราสาทหินกับเขาด้วย… โอ้ แม่เจ้า นี่หนังหรือตำซั่วครับพี่
ดาราก็มีรุ่นเก๋าที่ขยันแสดงบทสมทบอย่าง Perlman กับ Zane ที่รายแรกก็มานิ่งๆ ไม่ค่อยได้ทำอะไรนัก ส่วน Zane ก็ออกแนวตัวร้ายในการ์ตูนไปเลยครับ มาเพื่อโหดโฉดเป็นสรณะ ส่วนพระเอกอย่าง Webster
ก็ไม่มีอะไรให้พูดถึงนักนอกจากตัวล่ำกำยำจริง แต่ผมน่ะติดภาพสกอร์เปี้ยน คิงฉบับ The Rock ไปแล้วน่ะครับ แม้ขานั้นจะแสดงไม่ลื่นนักในตอนนั้น แต่ถ้ามาเทียบกับเรื่องนี้ผมว่าแกแสดงดีขึ้นมาเลยน่ะ
ไปๆ มาๆ รู้ไหมครับใครที่น่าจดจำที่สุด… นางเอกของเรื่องครับ ซิลด้า ธิดาของกษัตริย์ราเมศวร รับบทโดย Krystal Vee ชื่อฝรั่งอาจไม่คุ้น แต่ชื่อไทยของเธอคือ คริสตัล วิรุฬห์จรรยา ดาราไทยเรานี่แหละครับ
เคยแสดงละครช่อง 7 ตอนเย็นๆ เรื่องแก่นกะลา แล้วก็ละครไทยไอทีวีเรื่องมหัศจรรย์วันเกิดด้วย ที่จำได้ก็เพราะเมื่อก่อนผมเคยดูน่ะครับ แหะๆ ยอมรับว่าเธอก็น่ารักเหมือนกันครับ มาในเรื่องนี้ผมว่าเธอเล่นได้ลื่นกว่าที่คิดนะ อาจไม่ได้ยอดเยี่ยมมากมาย แต่ก็ไม่เลว
แต่กระนั้น… ดูๆ ไปก็อดคิดไม่ได้น่ะครับว่าหลายอย่างในหนังมันไม่ได้เข้ากันจริงๆ นางเอกหน้าไทย มีแต่งเป็นนินจาด้วย ส่วนพระเอกมาจากอียิปต์ มีการแย่งคัมภีร์ไอยคุปต์ พวกยมฑูตที่มาจากคัมภีร์ก็เหมือนหลุดมาจาก Mortal Kombat จริงๆ ผมว่าองค์ประกอบพวกนี้ถ้ามีการใส่ใจเกลาดีๆ มันอาจจะสร้างอะไรใหม่ๆ ให้กับหนังได้น่ะครับ แต่พอดีว่ามันออกมาลวกไปหน่อย เลยรสกร่อยไปโดยปริยาย
แล้วก็บังเอิญอีกเหมือนกันที่ผมดันคุ้นกับผลงานของผู้กำกับคนนี้ Roel Reiné ที่เคยทำหนังทุนต่ำสไตล์ Die Hard With A Vengence แต่ไม่เน้นแอ็คชั่นเอาไว้ เรื่องนั้นก็มีพล็อตไม่เลวเหมือนกันครับ แต่เพราะทุนไม่เยอะเลยไม่น่าสนใจ แล้วระยะหลังแกก็ได้มาทำหนังภาคต่อสำหรับลงแผ่นไว้ 3
เรื่องติด ได้แก่ The Marine 2, Death Race 2 แล้วก็เรื่องนี้ล่ะครับ ซึ่งแต่ละเรื่องก็ออกมาคล้ายกัน นั่นคือไม่กลมกล่อม รสแปล้มๆ ด้วยกันทั้งสิ้น ครับ ออกแนวบ่นเน้อะ แต่ก็อยากจะบอกครับว่า หนังอาจจะดูได้เพลินๆ ถ้าเราไม่หวังอะไรกับมันให้มาก ไม่คิดอะไรให้มาย ไม่สนความหวือหวาหรืออลังการ ไม่เอาไปเทียบกับหนังภาคแรก หรือถ้าคุณเคยดู The Scorpion King 2 แล้วบอกตัวเองว่ารับได้ หนังเรื่องนี้ก็ถือว่าอยู่ในข่ายพอทำเนาครับ
The Scorpion King 4
มาอีกภาคแล้วครับกับ The Scorpion King 4: Quest For Power ภาคนี้มัลไธอัส (Victor Webster) ต้องออกเดินทางตามหาบัลลังก์ที่สาปสูญของลอร์ดอัคคามันน์ ที่ว่ากันว่ามีพลังโบราณอันมหาศาลให้ผู้คู่ควรได้ครอบครอง ก็เป็นหนังลงแผ่นเช่นเคยครับ ความสนุกเทียบภาคแรกสุดไม่ได้อยู่แล้ว แต่จะว่าไปแล้วหลายอย่างนับว่าโอเคกว่าภาค 2 และ 3 นะครับ พล็อตเรื่องดูเป็นชิ้นเป็นอัน
งานโปรดักชั่นถือว่าไม่เลวทีเดียวครับสำหรับหนังแผ่น กระนั้น… พูดก็พูดเถอะ ผมว่าคนเขียนบท Michael D. Weiss แกคงดูหนัง Indiana Jones ก่อนเขียนบทให้เรื่องนี้แน่ๆ เลยครับ เพราะช่วงต้นกับช่วงท้ายมันเหมือนแบบที่เราเคยเห็นมาจากหนังชุด Indiana Jones น่ะครับ
ที่ว่าเหมือนนี่คือเหมือนตรงพล็อตนเลยน่ะนะครับ ประมาณว่าฉากแรก มัลไธอัสกับเพื่อนต้องไปหาสมบัติ แล้วสมบัติที่ว่าก็วางบนแท่นซึ่งถ้าเดินไปหยิบออกทันที กับดักจะทำงาน เลยต้องหาอะไรไปวางแทน (แบบเดียวกับที่อินดี้เอาถุงทรายไปวางก่อนหยิบสมบัติในภาคแรก)
หรือตอนท้ายก็มีตัวละครหนึ่งบาดเจ็บ มัลไธอัสเลยต้องแข่งกับเวลา ฝ่าค่ายกลพิสดารไปเอาของวิเศษมา (นี่ก็ตอนไคลแม็กซ์ Indiana Jones ภาค 3 เต็มๆ) ครับ ถ้ามองข้ามความคล้ายที่ผมพูดไปแล้ว หนังก็ออกมาประมาณซีรี่ส์ผจญภัยย้อนยุคแบบ Hercules, Sinbad หรือ Xena สมัยก่อนน่ะครับ เรื่องราวเดาได้ไม่ยาก แอ็กชันก็พอมี แต่ก็ไม่ได้อลังการหรือมันส์จนถึงขั้นพลาดไม่ได้
ดารานั้น นอกจาก Webster ที่กลับมารับบทเดิมแล้ว ก็ยังมีรุ่นเก่าอย่าง Rutger Hauer (Blind Fury, Blade Runner), Barry Bostwick (The Rocky Horror Picture Show), Michael Biehn (The Terminator), M. Emmet Walsh (Blade Runner) และ Lou Ferrigno (คนที่แสดงเป็น Hulk สมัยหนังทีวี) มาร่วมแสดงให้คอหนังสมัยก่อนพอคุ้นหน้ากันบ้าง แต่ส่วนมากมากันคนละนิดละหน่อยครับ ส่วนนางเอกก็คือ Ellen Hollman ที่ดูสวยแกร่งดี
ผู้กำกับ
รัสเซลล์ มัลคาฮี
โรเอล เรเน่
ไมค์ เอลเลียตต์
บริษัท ค่ายหนัง
WWE
Hardgrean
นักแสดง
ไมเคิล
โคพอน
แคเรน
เดวิด
ไซมอน
ควอร์เตอร์แมน
ทอม วู
แอนเดรียส
วิสนิฟสกี
แรนดี โคทัวร์
เดฟ บอทิสตา
เซลิน่า โล
โปสเตอร์หนัง
รีวิวหนัง
Sanook Entertainment
The Scorpion King หนังภาคแยกที่แตกหน่อจากภาคต่อของหนังยอดฮิต The Mummy Returns (2001) ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของมาธาอุส ที่เกิดขึ้นก่อน The Mummy ภาคแรกนานกว่า 5000 ปี! และยังเป็นหนังเรื่องแรกของ “เดอะร็อค” ในฐานะนักแสดงแบบเต็มตัว
คนรักหนังพากย์ไทย
20 ปี The Scorpion King (2002) : ศึกราชันย์แผ่นดินเดือด เรื่องราวการขึ้นสู่บัลลังก์ของว่าที่ราชันย์แมงป่องตัวร้ายจาก The Mummy Returns (2001) นี่คือผลงานการให้เสียงภาษาไทย “The Rock” ครั้งแรกของ “น้าต้อย สมพร อ่วมใจบุญ” นักพากย์หนุ่มเสียงหล่อ
ก่อนที่ในเวลาต่อมาเขาจะกลายมาเป็นหนึ่งในเสียงประจำกายของอดีตนักมวยปล้ำหนุ่ม พร้อมผลงานมาเป็นพรวน ซึ่งเขาทำหน้าที่ได้ดีตามมาตรฐาน เท่สมบทบาท (ก่อนจะยิ่งทวีความเยี่ยมเข้าไปอีกในผลงานหลังจากนั้น) หนังภาคแยกจากแฟรนไชส์ The Mummy เรื่องนี้ จึงเป็นหลักไมล์สำคัญบนสายอาชีพของน้าต้อยอย่างแท้จริง
รวมหนัง The Scorpion King
The Scorpion King 3 (2012)
The Scorpion King 4 (2015)
[/read]