ดูหนัง องค์บาก Ong bak ครบทุกเรื่อง
รวมหนัง องค์บาก Ong bak นักรบมวยไทย (ไทย: องค์บาก ออกเสียง [ʔōŋ bàːk]) หรือที่รู้จักในชื่อ องค์บาก นักรบไทย หรือเรียกง่ายๆ องค์บาก เป็นภาพยนตร์ศิลปะการต่อสู้ของไทย พ.ศ. 2546 กำกับโดยปรัชญา ปิ่นแก้ว และมีฉากแอ็คชั่น ออกแบบท่าเต้นโดย ปันนา ฤทธิไกร. นำแสดงโดย โทนี่ จา รับบทนำ ประกบ เพชรใต้ วงศ์คำเลา และ พุ่มวารี ยอดกมล องค์บากพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นภาพยนตร์แนวใหม่ของจา โดยนักแสดงได้รับการยกย่องจากนานาชาติว่าเป็นดาราศิลปะการต่อสู้คนสำคัญคนต่อไป จาได้แสดงในเรื่อง Tom-Yum-Goong (เรียกว่า The Protector ในสหรัฐอเมริกาและ Warrior King ในสหราชอาณาจักร) และกำกับและแสดงในองก์บาก องค์บาก (อังกฤษ: Ong Bak) เป็นหนังไทยที่ออกฉายในปี พุทธศักราช 2546 ผลงานการควบคุมโดย ปรัชญา ปิ่นปักผมแก้ว รวมทั้งผลงานการดูแลคิวแอกชั่นโดย พันท้องนา ฤทธิไกร นำแสดงโดย พนม ยีรัมย์, กิน จ๊กมก, ภุมวารี ยอดใจ แล้วก็มีร่วมด้วย สุเชาว์ ดงษ์งาม, วรรณะกิต ศรีพุฒ, เชษฐวุฒิ วัชรคุณ, จังหวัดชุมพร เทวดาป้องกัน, ฉัฏฐเหล่ากอ พันธนะอังข้าร, รุ่งระวี บริจินดากุล พรพิมล ยกขันทองคำ
[read more]
Ong bak (2003) องค์บาก
องค์บาก” พุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของหมู่บ้านหนองประดู่ ได้ถูกลักขโมยตัดเศียรไป บุญทิ้ง (ทัชต่อยร ยีรัมย์) ชายหนุ่มบ้านหนองประดู่ ก็เลยสมัครใจออกตามหามาจนกระทั่งจังหวัดกรุงเทพมหานคร จนได้พบอ้ายหำแหล่หรือ ยอร์จ (กิน จ๊กมก) ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่ทิ้งท้องทุ่งแล้วก็กลิ่นโคลนสาปควายชนบท มาร่วมทีมกับ “หมวยเล็ก” (ภุมวารี ยอดดวงใจ)มาเป็น 18 มงกุฎ ต้มตุ๋นราษฎรเพื่อเลี้ยงชีวิต บุญทิ้งก็เลยไม่วายเป็นเหยื่อเพราะว่าความซื่อตรง แต่ว่าเนื่องจากว่าเป็นคนดีและก็เคยช่วยเหลือชีวิตทั้งคู่ไว้ วันหลังเขาก็เลยได้รับการช่วยเหลือจากทั้งคู่สำหรับการตามหาองค์บาก พร้อมถูกดึงไปสู่การต่อสู้กับเจ้าพ่ออิทธิพลมืดจนกระทั่งแทบฆ่าไม่รอด บุญทิ้งก็เลยขอต่อสู้มอบชีวิตด้วยศิลป์มวยไทยโบราณตลอดจนการเดินทางตามหาองค์บากเพื่อนำกลับสู่หมู่บ้านให้ทันพิธีการบวชกลุ่มซึ่งจะจัดขึ้นในอีก 7 วันให้ได้
Ong bak 2 (2008) องค์บาก 2
โชคเคราะห์ระบุทุกทุกสิ่ง ลิขิตชีวิตขึ้นสู่จุดสุดยอด และก็พร้อมดับทุกชีวิตดำตรงลงลึกถึงปลายเหวสู่จุดต่ำสุด เวลานี้มันได้ระบุชีวิตของ เทียน เด็กวัยรุ่นเป้าหมายโตขึ้นเป็นนักสู้ผู้เก่งเหมือนกับพ่อ พระยาสีหเดโช (ความสงบสุข พระพรหมศรี) นายทหารผู้ซื่อสัตย์สุจริตซึ่งภักดีต่อเหนือหัวผู้ซึ่งยอมได้ ถึงแม้ว่าจะสละชีวิตตัวเอง
เพื่อคุ้มครองผืนแผ่นดินจากเหล่าผู้ฉ้อโกง รวมทั้งคนคิดคดแต่ว่าจากคำพยากรณ์ที่ว่าเมื่อใดที่เทียนซึ่งเกิดในเวลาพระรอยดำเจริญเติบโตภายใต้วังวนที่คมกระบี่และก็เหม็นกลิ่นคาวเลือด เมื่อนั้นหลายท่านจะจะต้องตายกันอย่างครบถ้วน ทำให้พระยาสีหเดโชตกลงใจส่งเทียนไปให้ อาจารย์บัว (นิรุตติ์ ศรีจรรยา) เพื่อนเกลอซึ่งต่างเป็นศิษย์ของพระครูปั้นมาด้วยกันช่วยบ่มเพาะสมาธิ ทำความเข้าใจการฝึกฝนจิตให้นิ่ง และก็เล่าเรียนในด้านวิชาโขนการฟ้อนรำ เพื่อหวังว่าสิ่งเหล่านี้สามารถที่จะช่วยส่งเสริมจิตใจให้กำเนิดแม้กระนั้นสิ่งที่ดีเลิศขึ้น โดยมี พิม เด็กหญิงที่อาจารย์บัวเก็บมาเลี้ยงรอให้ความช่วยเหลือเกื้อกูล และก็มี ไอ้เหม็น (กิน จ๊กมก) ชายบ้าฟั่นเฟือน แต่ว่าคลั่งไคล้ในนาฏกรรม เป็นเพื่อนเล่น
Ong bak (2010) องค์บาก 3
การฟื้นคืนชีวิตอีกรอบของเทียน (จา พนม ยีรัมย์) ภายหลังสูญเสียเพลงยุทธ์ รวมทั้งผู้คนอันเป็นสุดที่รักที่หน้าผาปีกครุฑไปกระทั่งหมดไปจากการกวาดล้างของจอม ราชาวลี (ศรัณยู วงษ์แจ่มกระจ่าง) โดยได้รับความช่วยเหลือเกื้อกูลจากพิม (พริมรตา เดชะอุดม) และก็พลังเชื่อถืออันแรงกล้าที่หลอมรวมจากจิตอันบริสุทธิ์ของไอ้เหม็น (กิน จ๊กม๊ก)แล้วก็ชาวหมู่บ้านภาควิชาโขน ทำให้เทียนได้สัมผัสด้านสว่างที่จิตใจโดยมีพระบัว (นิรุ ตติ์ ศรีจรรยา) รอแนะนำจนกระทั่งก่อกำเนิด “นาฏยุทธ์” ภายใต้สภาพการณ์ที่จิตอันสงบนิ่ง แม้กระนั้นช่วงเวลาเดียวกันจำเป็นต้องเจอหน้ากับเหล่ามือสังหาร ที่ล้วนแต่ยากสำหรับในการประมือของจอมราชาวลี โดยเฉพาะศัตรูที่น่ายำเกรงที่สุดของเทียน อย่าง ภูติ สางกา (โดดเดี่ยว ยกดงษ์ ช่างปรุง)
ผู้กำกับปรัชญา ปิ่นแก้ว
บริษัท ค่ายหนังสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล
นักแสดงOng bak (2003) องค์บาก พนม ยีรัมย์ , เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา , ภุมวารี ยอดกมล , สุเชาว์ พงษ์วิไล , วรรณกิตย์ ศิริพุฒ , เชษฐวุฒิ วัชรคุณ , ชุมพร เทพพิทักษ์ , ฉัฏฐพงศ์ พันธนะอังกูร , รุ้งนภัฐ บริจินดากุล
Ong bak 2 (2008) องค์บาก 2 ทัชชกร ยีรัมย์ , สรพงศ์ ชาตรี , นิรุตติ์ ศิริจรรยา , พริมรตา เดชอุดม , ศรัณยู วงษ์กระจ่าง , สันติสุข พรหมศิริ , ปัทมา ปานทอง , ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ , เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา , ชูพงษ์ ช่างปรุง
Ong bak (2010) องค์บาก 3 ทัชชกร ยีรัมย์ , พริมรตา เดชอุดม , ชูพงษ์ ช่างปรุง , นิรุตติ์ ศิริจรรยา , ศรัณยู วงษ์กระจ่าง , เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา , สรพงศ์ ชาตรี , ชุมพร เทพพิทักษ์
โปสเตอร์หนัง


องค์บาก 1 คือภาพยนตร์แอคชั่นที่ผมรักมากที่สุดเรื่องหนึ่ง และต้มยำกุ้ง ก็คือภาพยนตร์ที่เปิดประสบการณ์การดูหนังในโรงภาพยนตร์ที่ต้องต่อแถวซื้อตั๋วยาวนานกว่า 2 ชม. กว่าจะซื้อตั๋วได้ ซึ่งการได้เห็น พี่จา พนม สามารถเดินทางสู่การเป็นแอคชั่นสตาร์มีหนังแอคชั่นระดับท็อปมากมายหลากหลายเรื่อง ให้รับชม ก็คือสิ่งที่มีค่าสำหรับคนที่ติดตามพี่แก เห็นแล้วเป็นปลื้ม และพรุ่งนี้ เรากำลังจะได้ดู หนังรวมดาวดาราแอคชั่นของวงการ หนังที่จะมีคนไทยหลายคนพูดอยู่เสมอเวลามีหนังภาคใหม่ “ว่าเมื่อไหร่ ? เราจะได้เห็นจาพนมในหนังเรื่องนี้ ” ซึ่งมันเป็นจริงแล้ว กับ Expend4bles ที่เราจะได้เห็นพี่จา ในบทบาทเดชา บทบาทที่เขายกให้เป็น แจ็ค สแปร์โรว์ และ แรมโบ้ มาผสมกัน
Ong bak 2 (2008) องค์บาก 2 Ong bak (2010) องค์บาก 3 คนบ้าหนังคลั่งแผ่นฟิล์มHong Kong Station
หากใครที่เป็นคอหนังคอเพลงที่ฟังเพลงรู้ดูหนังออก ถ้าได้เห็นฉากเปิดเรื่องในซีนฆ่าล้างครัวของพระเอก ( ตอนวัยรุ่น ) แล้วมีตัวละครที่จงรักภักดี ( จรัล งามดี ) พาพระเอกที่ยังเด็ก ขี่ม้าหนีออกมาจากการสังหารหมู่ แล้วถูกดักด้วยกองทหารธนูที่ตั้งแถวดักอยู่เต็มถนน ภาพห่าธนูที่พุ่งใส่ตัวนายทหารคนนั้น ตัดฉากมาที่ภาพกล้องที่แทนสายตาของเขาซึ่งโดนยิงและล้มลง ( กล้องล้มตามไปอยู่ในท่านอนตามตัวละคร ) แค่นี้ก้อรู้แล้วว่าคนอย่างจา พนม ทำหนังเป็น ( เป็นมุมกล้องเท่ ๆ ในซีนแอ็คชั่นที่ให้กล้องล้มไปตามตัวละคร แบบเดียวกับการล้มของ Iko Uwais ใน The Raid 2 และหนังฟาสต์ 7 ก็อปไปในฉากที่เดอะร็อคสู้กับเจสัน สเตทแธม ซึ่งก่อนหน้าหนังองค์บาก 2
แอดคิดว่าแอดยังไม่เคยเห็นมุมกล้องแอ็คชั่นเท่ ๆ แบบนี้นะ ) แต่ด้วยความที่ช่วงนั้นจา พนมโดนโจมตีหนักมาก ทั้งหาว่าเป็นบ้าเข้าป่าไปทั้ง ๆ ที่หนังองค์บาก 2 ยังถ่ายไม่เสร็จ ไหนจะปัญหาเรื่องสัญญาทาสที่กำลังจะสิ้นสุดจากต้นสังกัดเก่า ไหนจะเรื่องเกี่ยวกับความวุ่นวายในครอบครัวซึ่งล้วนแล้วแต่เกี่ยวกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ซึ่งถ้าเราจะให้ความเป็นธรรมกับจาบ้าง เราก้อจะเห็นว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้จา
พนม ถูกโจมตีอย่างเสีย ๆ หาย ๆ ข้างเดียวมาตลอด ไม่เคยเห็นจาออกมาตอบโต้หรือกล่าวหากลับอีกฝั่งเลย ก้อจะทำไงได้คนนึงก้อพ่อ คนนึงก้อเสี่ยผู้เคยมีพระคุณ แต่ในฐานะคนกลางที่ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ คุณจะเชื่อใครระหว่างฝ่ายที่โจมตีให้ร้ายในทุก ๆ ทาง กับอีกฝ่ายที่ไม่ตอบโต้ไม่ใช้อารมณ์กลับเลย ได้แต่เงียบแล้วตั้งใจทำงานตามหาช้าง เอ๊ย ! ความฝันของตัวเองต่อไป ( และประสบความสำเร็จในที่สุด )
แต่ปัจจัยที่ทำให้หนังองค์บาก 2 และ 3 ล้มเหลวในเรื่องของรายได้มาจากอคติในใจของคนไทยที่มีต่อคนไทยด้วยกันทั้งสิ้นทั้ง ๆ ที่คนไทยอย่างจา พนม คือคนไทยคนแรกที่นำเอาศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของชาติไทยอย่างมวยไทย ให้ไปปรากฏโฉม และสร้างชื่อเสียงในวงการภาพยนตร์ระดับโลกอย่างเต็มภาคภูมิ มีใครบ้างในโลกนี้ที่มีทีวีและโรงหนังไม่รู้จักชื่อ Tony Jaa ในห้วงเวลานั้น และจนถึงทุกวันนี้ พากันมาโจมตีปากต่อปากว่าจาทำหนังไม่สนุก ดูไม่รู้เรื่อง ทั้ง ๆ ที่ถ้าเราเอาผลงานบนจอที่ออกมาเป็นตัววัด โดยตัดชื่อคนสร้างคนกำกับออกไปเพื่อตัดอคติ นี่เป็นหนังแอ็คชั่นมาเชี่ยลอาร์ตที่บู๊ ดูสนุก คิวแอ็คชั่นดิบเถื่อนดุเดือด และมันส์มาก ๆ เรื่องหนึ่งในโลกภาพยนตร์ พล็อตเรื่องมั่วไม่มีที่มาที่ไป ทั้ง ๆ
ที่หนังเรื่องนี้เป็นการต่อยอดมาจากความสำเร็จจากองค์บากภาคแรก โดยใช้องค์พระพุทธรูปเป็นตัวเชื่อมหนังทั้งสามภาคเข้าด้วยกัน ว่าพระพุทธรูปหน้าบากมีที่มาที่ไปอย่างไร โดยเล่าเรื่องย้อนไปหลายร้อยปีก่อน ซึ่งว่ากันในความเป็นจริงมันก้อเป็นไปได้นะ กับการที่จะมีพระพุทธรูป เทวรูป หรือรูปปั้นในความเชื่อต่าง ๆ จะยืนยงผ่านยุคผ่านสมัยมาเป็นร้อย ๆ ปีได้ ทีหนังฝรั่งอย่างหนังของมาร์เวลในจักรวาลอเวนเจอร์ คนธรรมดาอย่าง Iron Man แบล็ค วิโดว์ หรือกัปตันอเมริกายังข้ามจักรวาลไปฟีทกับธอร์ กับโลกิ ซึ่งเป็นเทพเจ้าอยู่ในสวรรค์ ( หรือเปล่า ) แอสการ์ดได้หน้าตาเฉย นี่ยังไม่นับตัวละครที่เป็นแค่โปรแกรมคอมพิวเตอร์อย่างจาร์วิส ( Iron Man ) ที่เอาไปมากลายมาเป็นมนุษย์มีเลือดมีเนื้อเอาดื้อ ๆ
แถมทำท่าจะไปหากินตับกับสการ์เล็ต วิทช์เอาซะงั้น ทีงี้ทำไมคนไทยรับได้แถมแห่กันไปดูจนโรงแทบถล่ม เรื่องราวที่ผูกให้เกิดขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นยุคเฟื่องฟูในด้านการค้าขายกับต่างประเทศ มีคนต่างชาติมากมายที่เดินทางหรืออพยพเข้ามาอยู่ในเมืองไทย รวมถึงยอดฝีมือในด้านต่าง ๆ จากทุกชาติที่แฝงเร้นเข้ามา โดยเฉพาะสำนักนักฆ่าของสรพงษ์ที่นำพระเอกไปฝึกวิชาทำให้จา
พนม มีอะไรให้เล่นมากมายในเรื่องของคิวแอ็คชั่นเท่ ๆ ทั้งวิชากังฟู ดาบไทย ดาบคาตะนะ มวยไทย มวยญี่ปุ่น เรียกว่าพล็อตเรื่องอำนวยให้พระเอกของเราปล่อยของได้อย่างเต็มที่จริง ๆแถมนอกจากซีนแอ็คชั่นมันส์ ๆ แปลก ๆ แล้ว หนังเรื่องนี้ยังเปิดโอกาสให้จา พนม ได้แสดงในซีนอารมณ์ดราม่าหนัก ๆ เชือดเฉือนกับสรพงษ์ ชาตรี ซึ่งเป็นยอดฝีมือทางการแสดงอันดับหนึ่งของเมืองไทยอยู่แล้ว สีหน้า แววตาของคนที่เต็มไปด้วยความแค้นจนท่วมท้นใจนั้น ถือว่าจาทำได้ดีเป็นอย่างยิ่งไม่นับคิวเม็คอัพให้โทรมและสะบักสะบอมสุด ๆ เนื่องจากการต่อสู้อย่างหนักจนสะบักสะบอม โดนตื๊บโดนซ้อมมาอย่างหนักหน่วง ส่วนนี้ก้อถือว่าจาแต่งโทรมได้เนียนมาก นักแสดงสมทบนอกจากสรพงษ์ซึ่งพีคสุดแล้ว ที่เหลือก้อล้วนแล้วแต่โดดเด่นและยอดฝีมือของเมืองไทยทั้งนั้น ทั้งสันติสุข พรหมศิริ กับปัทมา ปานทอง ในบทพ่อกับแม่ของพระเอก ดูหนังออนไลน์
ศรันยู วงศ์กระจ่าง ( ในวันที่สติสตังค์ยังไม่เข้าป่าอย่างสมบูรณ์เหมือนทุกวันนี้ ) ก้อร้ายได้อย่างน่าโดนเปลือกทุเรียนหมอนทองยิ่งนักเดี่ยว ชูพงษ์ ช่างปรุง ก้อเล่นบทคู่ปรับพระเอกที่ฝีมือสูสีทัดเทียม ไม่ได้ไก่กาป้อแป้ให้พระเอกทุบถองเอาแต่เพียงข้างเดียวเหมือนที่หนังแนวนี้มักเป็นนางเอกจ๊ะ พริมรตา แม้จะออกกล้องไม่มากนัก ( ซึ่งก้อเป็นปกติของหนังแอ็คชั่นทั่วไปที่ส่วนใหญ่บทจะเน้นไปที่นักแสดงชายอยู่แล้ว ) แต่ก้อสวย และส่งบทในซีนอารมณ์ให้จาได้ไม่น้อยโดดเด่นอย่างมากคือนักแสดงที่รับบทจาตอนวัยรุ่น ที่นอกจากหน้าตาจะเหมือนตั๊ก บงกชเอามาก ๆ แล้ว ยังเล่นทั้งซีนดราม่าและซีนแอ็คชั่นได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่าหนังภาค 2 จบห้วน จบไม่รู้เรื่องจบแล้วโดยที่คนดูยังไม่รู้ตัวว่าหนังจบ
ก้อหนังเขาบอกแล้วว่ามันจะเป็นหนังไตรภาค เรื่องราวมันจะจบครบถ้วนสมบูรณ์ในภาค 3 จึงมีการทิ้งท้ายภาค 2ไว้แบบนั้นเพื่อจะไปสรุปจบในภาค 3 ซึ่งหนังฮอลลีวู้ดไตรภาคส่วนใหญ่ก้อเป็นแบบนั้น พูดแบบนี้เหมือนกับว่าไม่เคยดูหนังลอร์ดออฟเดอะริงส์ทั้งสามภาคมาก่อน เขาก้อทิ้งเชื้อให้จบครึ่ง ๆ กลาง ๆ เพื่อจะเล่าเรื่องต่อในภาคต่อไปแบบนี้กันทั้งนั้น แต่ด้วยความอคติของคนไทยที่มีต่อคนไทยด้วยกัน ยังไงก้อขอตั้งแง่และหาเรื่องด่าพวกเดียวกันเอาไว้ก่อน ทั้ง ๆ ถ้าสิ่งเดียวกันนั้นถ้าเป็นฝรั่งทำกลับพากันยกย่องและเห็นดีเห็นงามตามกันไปหมด ประเภทขี้ฝรั่งยังไงก้อหอม ส่วนกับข้าวดี ๆ ฝีมือคนไทยยังไม่ทันจะกินก้อพากันเททิ้งไปซะงั้น มันเลยทำให้พลาดโอกาสกันไปทุก ๆ
ฝ่าย ส่วนของผู้สร้างและทีมงานรวมถึงนักแสดงนำของหนังที่ตั้งใจทำผลงานออกมาดี แต่ก้อต้องพบกับความผิดหวัง หนังล้มเหลวไม่มีคนดูผู้สร้างขาดทุน พากันหมดกำลังใจไปตาม ๆ กัน ส่วนคนดูก้อพลาดดูหนังบู๊ ดูสนุก บทมีแก่นสารไป เพราะไปฟังคำบอกเล่า หรือฟังรีวิวจากนักวิจารณ์ที่ใจเต็มไปด้วยอคติ การที่คอหนังไม่ได้ดูหนังดี ๆ บนจอใหญ่ในโรงนี่ ถือเป็นการพลาดอะไรสำคัญ ๆ
ในชีวิตไปเลยทีเดียว ลองกลับไปดูหนังเรื่องนี้ใหม่ทั้งสองภาค โดยตัดทิ้งความคาดหวังหรืออคติใด ๆ ออกไปก่อน แล้วคุณจะรู้หนังมันดูสนุก ดุ ดิบ เถื่อนจริง ๆ คิวบู๊ดิบพอ ๆ กับ The Raid เลยทีเดียว เพียงแต่อาจจะดูสวยงามกว่าในลีลาท่าทาง และเราคงไม่ได้ดูหนังของจา พนม ในสไตล์ดุเดือดเล่นจริงเจ็บจริงแบบนี้อีกแล้ว ตราบใดที่จาไม่กลับมาเล่นหนังไทยในเมืองไทย และกำกับคิวแอ็คชั่นสไตล์องค์บากโดยทีมงานต้นฉบับดั้งเดิม ไปเล่นหนังฝรั่งคงต้องใช้ทั้งสตันท์ทั้งสลิงตามมาตรฐานการทำงานของเมืองนอกเขา น่าเสียดายจริง ๆ ดูน้อยลง
ภาพยนตร์ที่คล้ายกัน[/read]



