พระนเรศวร
ตำนานสมเด็จพระกษัตริย์มหาราช เป็นภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ กำกับการแสดงโดยม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล มี 6 ภาค ทุนสร้าง 700 ล้านบาท (ในหนแรกกำหนดให้มี 5 ภาคเป็นภาคต่อจากภาพยนตร์เรื่อง สุริโยไท โดยม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ได้วางเป้าหมายประเด็นนี้ไว้ว่าจำเป็นจะต้องทำให้ดีมากกว่าภาพยนตร์เรื่อง “สุริโยไท” ในทุกด้าน โดยมีขอบเขตการทำงานใหญ่มากยิ่งกว่า วิจิตรตระการตากว่า ฉากต่างๆมีความโหฬารวิจิตรตระการตากว่า ดาราหลัก แล้วก็ผู้แสดงประกอบมีเยอะแยะกว่า วัสดุ และก็เทคโนโลยีต่างๆมากยิ่งกว่าภาพยนตร์หัวข้อนี้ทำขึ้นเพื่อสรรเสริญ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชแม่พันปีหลวง เนื่องในช่องทางมหามงคลทรงเจริญพระอายุ 72 ปี
[read more]
พระ นเรศวร ภาค 1 เต็ม เรื่อง เมื่อปี พ.ศ. 2106 พระผู้เป็นเจ้าบุเรงท่วม กษัตริย์ที่กรุงหงสาวดีของประเทศพม่า ได้กรีฑากองทัพมาตีกรุงอโยธยาศรีรามเทพนคร โดยยกพลผ่านทางด่านแม่ละเมา ตำบลเมืองตาก กองทัพเมียนมาร์มอญซึ่งมีกองทหารเหลือคณานับได้ยึดครองหัวเมืองข้างเหนือของอาณาจักรประเทศไทย อันอย่างเช่น จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดสุโขทัย และก็สวรรคโลก จนถึงรุกมาถึงเมืองพระพิษณุโลกสองแคว อันเป็นราชบุรีข้างเหนือ ในคราวนั้น สมเด็จพระมหาธรรมราชา กษัตริย์พิษณุโลก วินิจฉัยใจอ่อนน้อมต่อพระผู้เป็นเจ้าบุเรงท่วม ด้วยทรงน้อยใจที่อโยธยาไม่ส่งกองทัพมาส่งเสริมรวมทั้งเพื่อจบการสู้รบแล้วก็การสูญเสีย ก็เลยทรงยอมร่วมกระบวนกองทัพเมียนมาร์เข้าตีกรุงศรีอยุธยา โดยจำเป็นต้องทรงยอมมอบให้ท่านดำหรือพระกษัตริย์ ลูกชายองค์โตต่อพระผู้เป็นเจ้าหงสาวดีเพื่อเป็นองค์รับรอง ขณะนั้นพระกษัตริย์ร มีพระชนมายุเพียงแต่ 9 อายุ
“สมเด็จพระนเรศวรมหาราช 1” (2550) เป็นภาพยนตร์มหากาพย์ประวัติศาสตร์ที่กำกับโดยชาตรีเฉลิม ยุคล เล่าถึงชีวิตในวัยเด็กของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้ปกครองอาณาจักรอยุธยาในปัจจุบันคือประเทศไทยสมัยใหม่ในช่วงศตวรรษที่ 16 ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาคแรกของไตรภาคที่บอกเล่าชีวิตและรัชสมัยของสมเด็จพระนเรศวร บุคคลที่ได้รับความเคารพนับถือในประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านความกล้าหาญ ความเป็นผู้นำ และความพยายามในการปกป้องอาณาจักรของพระองค์จากการรุกรานของพม่า “สมเด็จพระนเรศวรที่ 1” มีเรื่องราวเกิดขึ้นท่ามกลางฉากหลังของการต่อสู้เพื่อเอกราชของอาณาจักรอยุธยาจากจักรวรรดิพม่า โดยติดตามปีแห่งการสถาปนาของสมเด็จพระนเรศวร โดยเริ่มต้นจากการเป็นเชลยในราชสำนักพม่าและสิ้นสุดการเสด็จขึ้นสู่บัลลังก์กรุงศรีอยุธยา . ด้วยการเล่าเรื่องที่กว้างขวางและขอบเขตที่ยิ่งใหญ่ ภาพยนตร์เรื่องนี้สำรวจธีมของหน้าที่ ความภักดี และการแสวงหาอิสรภาพเมื่อเผชิญกับเผด็จการ
แก่นกลางประการหนึ่งของ “สมเด็จพระนเรศวรที่ 1” คือ แนวคิดเรื่องการฟื้นตัวเมื่อเผชิญกับความทุกข์ยาก แม้จะถูกพม่าจับเป็นเชลยและถูกทดสอบและความยากลำบากต่างๆ มากมาย สมเด็จพระนเรศวรยังคงแน่วแน่ในความมุ่งมั่นที่จะทวงคืนอาณาจักรของพระองค์และยืนยันตำแหน่งที่ถูกต้องในฐานะผู้นำ ความแน่วแน่และจิตวิญญาณอันแน่วแน่ของพระองค์เป็นแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนร่วมเชลยศึกและเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังของชาวกรุงศรีอยุธยา ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังเจาะลึกถึงพลวัตทางการเมืองที่ซับซ้อนในยุคนั้น โดยแสดงให้เห็นความเป็นพันธมิตรและการแข่งขันที่ซับซ้อนระหว่างกลุ่มต่างๆ ในราชสำนักกรุงศรีอยุธยาและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กว้างขึ้น ขณะที่สมเด็จพระนเรศวรเสด็จผ่านน่านน้ำที่ทรยศเหล่านี้ พระองค์ทรงต้องเผชิญกับการทรยศ การหลอกลวง และอุบาย ขณะเดียวกันก็ทรงมุ่งมั่นที่จะรักษาเกียรติยศและบูรณภาพแห่งอาณาจักรของพระองค์หัวใจสำคัญของเรื่อง “สมเด็จพระนเรศวรที่ 1” คือเรื่องราวของวีรกรรมและความเสียสละ โดยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชปรากฏตัวขึ้นในฐานะผู้นำที่กล้าหาญและมีเกียรติที่ยอมเสี่ยงทุกอย่างเพื่ออิสรภาพและความเจริญรุ่งเรืองของประชาชน ความกล้าหาญทางการทหารและอัจฉริยะเชิงกลยุทธ์ของเขาแสดงให้เห็นในฉากการต่อสู้อันน่าติดตามหลายฉาก รวมถึงฉากที่โดดเด่นที่เขาปลดปล่อยอาณาจักรของเขาจากการควบคุมของพม่าบนหลังช้าง
King Naresuan 2 (2007) ตํานานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 2 ประกาศอิสรภาพ เรื่องย่อพระ นเรศวร ภาค 2 เต็ม เรื่อง ภายหลังจากพระผู้เป็นเจ้าหงสาวดีบุเรงท่วม (การบังเกิด เบญจาทิกุล) สวรรคตในปีพ.ศ. 2124 พระผู้เป็นเจ้านันทบุเรง (จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์) ได้ขึ้นรับประทานราชสืบต่อแล้วก็ได้ตั้งมังสามเกียดขึ้นเป็นรัชทายาทได้รับตำแหน่งมหาอุปราชาที่แว่นแคว้นหงสาวดี ไม่เพียงเท่านั้น สมเด็จพระกษัตริย์ยังได้ทรงแสดงพระความรอบรู้สามารถให้เป็นที่ปรากฏเกรงกลัว ดังคราวนำกำลังทำยุทธกองทัพเรือกับพระยาจีนจันเหม็นตุรวมทั้งศึกเมืองคังเป็นต้น พระผู้เป็นเจ้านันทบุเรงทรงเกรงว่าสืบไปตรงหน้าสมเด็จพระกษัตริย์จะเป็นภัยต่อราชวงศ์แลแผ่นดินหงสา ก็เลยหาเรื่องวางมายากลศึกหมายจะฆ่าสมเด็จพระพระราชาเสียที่เมืองแครงบุเรงท่วมเสียชีวิตในตอนต้นของภาพยนตร์ด้วยมูลเหตุตามธรรมชาติ ธรรมราชาผู้สำเร็จราชการที่กรุงศรีอยุธยามั่นใจว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะจำเป็นต้องไปถวายบังคมกษัตริย์ที่สิ้นพระชนม์ เพราะว่าเกรงว่ากษัตริย์นันทาของเมียนมาร์องค์ใหม่จะเห็นว่าเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นและก็จู่โจมกรุงศรีอยุธยา แต่ สมเด็จพระกษัตริย์ทรงได้รับการอุปการะในพะวัว (อาณาจักรหงสาวดี) แล้วก็ทรงเชื่อถือบุเรงท่วมเป็นบิดาผู้ที่สอง ทรงคะยั้นคะยอให้ธรรมราชาปลดปล่อยท่านไปแทน
บุเรงนองเสียชีวิตในช่วงต้นของภาพยนตร์ด้วยสาเหตุตามธรรมชาติ ธรรมราชาผู้สำเร็จราชการแห่งกรุงศรีอยุธยาเชื่อว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องไปถวายบังคมกษัตริย์ที่สวรรคต เพราะเกรงว่ากษัตริย์นันทาของพม่าองค์ใหม่จะมองว่าเป็นการดูหมิ่นและโจมตีกรุงศรีอยุธยา อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระนเรศวรทรงได้รับการเลี้ยงดูในพะโค (อาณาจักรหงสาวดี) และทรงนับถือบุเรงนองเป็นพ่อคนที่สอง ทรงเกลี้ยกล่อมให้ธรรมราชาปล่อยพระองค์ไปแทนเมื่อมาถึงเมืองหงสาวดี (ในภาษาไทย) พระภิกษุสงฆ์ชื่อคันฉ่องซึ่งเป็นครูสมัยเด็กของนเรศวรได้แจ้งให้เขาทราบเกี่ยวกับอันตรายที่กษัตริย์นันทาและกลุ่มต่างๆ ในพม่ากำลังวางแผนลอบสังหารพระองค์ ในงานศพของกษัตริย์บุเรงนอง ตัวแทนทั้งหมดจากอาณาจักรข้าราชบริพารจะมาร่วมพิธีด้วยนอกเหนือจากอาณาจักรกร่าง กษัตริย์นันทาเห็นว่าเป็นการดูหมิ่นและฉวยโอกาสก่อสงครามและปิดล้อมเมืองบนยอดเขา กองทัพอยุธยาของพระนเรศวรประสบความสำเร็จในการยึดเมืองบนยอดเขาและพิสูจน์ตัวเองว่าเหนือกว่ากองทัพพม่าที่เป็นคู่แข่ง คือพระเจ้าแห่งแปรและมิงยีสวา (โอรสองค์โตของนันทาบายิน) คู่ต่อสู้ชาวพม่ายิ่งรู้สึกถูกคุกคามจากความแข็งแกร่งและไหวพริบของทัพพระนเรศวร ระหว่างการรบ บุนทิงเพื่อนของนเรศวรซึ่งปัจจุบันเป็นแม่ทัพฝีมือดีในสังกัดของนเรศวรหลงรักเจ้าหญิงแห่งเมืองกร่างซึ่งกลายมาเป็นสหายของพระองค์
แผนการถูกเปิดเผยโดยเพื่อนสมัยเด็กของนเรศวร ซึ่งเป็นผู้ปกครองชาวมอญสองคน ว่าแท้จริงแล้วชาวพม่ากำลังวางแผนลอบสังหารพระนเรศวร เมื่อทรงทราบ พระนเรศวรก็ประหารชีวิตผู้วางแผนและประกาศกรุงศรีอยุธยาเป็นไทและอธิปไตยจากพระเจ้าหงสาวดี กษัตริย์นันทาและชาวพม่าของเขาโกรธจัดและเริ่มการรณรงค์ทางทหารเพื่อจับตัวและสังหารสมเด็จพระนเรศวรก่อนที่กองกำลังของเขาและชาวสยามที่ได้รับการปลดปล่อยจะไปถึงแม่น้ำสิตตอง สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้อุบายถอยทัพหนี กองกำลังของเขาสร้างสะพานไม้ข้ามแม่น้ำและต่อสู้กับกองทัพพม่าที่ติดตามมา การต่อสู้หลายครั้งเกิดขึ้นระหว่างการข้าม แต่เมื่อทัพพม่าไล่ทัน ชาวสยามและไพร่พลก็ข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งแล้วฝ่ายพม่ามุ่งมั่นที่จะเอาชนะสยาม พยายามไล่ตามกองกำลังของพระนเรศวรโดยข้ามแม่น้ำ จากนั้นกษัตริย์ก็เข้าเฝ้าโดยพระอาจารย์คันฉ่องซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของเขา ที่นี่เขาได้รับปืนคาบศิลาพิเศษซึ่งสามารถยิงข้ามแม่น้ำได้ ตามประวัติศาสตร์ ภาพยนตร์แสดงภาพสมเด็จพระนเรศวรทรงยิงปืนคาบศิลาข้ามแม่น้ำสิตตอง และสังหารนายพลแห่งกองทัพพม่าด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว กองทัพพม่าก็ล่าถอยกลับไปเมืองหงสาวดี สมเด็จพระนเรศวรและกองทัพสยามที่เป็นอิสระมุ่งหน้ากลับกรุงศรีอยุธยาและกษัตริย์ประกาศว่า ; “มันยังไม่จบ ยังมีงานให้เราทำอีก!”
King Naresuan 3 (2011) ตํานานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 3 ยุทธนาวี เรื่องย่อพระ นเรศวร ภาค 3 เต็ม เรื่อง ในปีพ.ศ. 2127 การประกาศเอกราชที่เมืองแครง ทำให้พระผู้เป็นเจ้านันทบุเรงที่ประเทศพม่ากำเนิดความพรั่นพรึงว่า อยุธยาในฐานะอาณานิคมในตอนนั้นกระทำเช่นนี้บางทีอาจเป็นชนวนให้เมืองขึ้นอื่นๆตั้งตัวเอาใจออกห่างตาม แม้กระนั้นด้วยติดศึกอังวะ ก็เลยส่งเพียงแค่พระยาพะสิมแล้วก็พระผู้เป็นเจ้าจังหวัดเชียงใหม่เข้าติดกรุงศรีอยุธยา เวลาเดียวกัน เจ้ากรุงแถวทางทิศตะวันออกของอยุธยา ได้รู้เสียงเล่าลือของสมเด็จพระพระราชา ก็เลยส่งพระศรีทองราเชนทร์ผู้น้องชายมาช่วยทำศึกสงครามกับเมียนมาร์ด้วย พระกษัตริย์รวมทั้งกองทัพของท่านได้คิดแผนสำหรับ
เพื่อการแยกสายเข้าตีกองทัพของประเทศพม่านั้นโดย แข่งกับเวลา ถ้าเกิดช้าไปอยุธยาบางทีอาจแตกปราชัยก็เป็นไปได้ นอกนั้นยังมีศึกรักระหว่างรบของคนสี่คนเป็นพระราชมนู เลอขิ่น เสือหาญฟ้า และก็รัตทุ่งนาวดี รวมทั้งสถานะของพระสุวรรณกัลยาณีที่บางทีอาจควรจะเป็นบาทบริจาริกาของพระผู้เป็นเจ้านันทบุเรง ผู้ราชลูกที่พระผู้เป็นเจ้าบุเรงท่วมสมัยก่อนสวามีอีกด้วยในปี พุทธศักราช 2127 สมเด็จพระกษัตริย์ทรงทำศึกสงครามเพื่อกู้เอกราชกรุงศรีอยุธยา การทำศึกเริ่มขึ้นเนื่องจากว่าพระผู้เป็นเจ้านันทากษัตริย์ที่อาณาจักรประเทศพม่า (ไทย: กัมเมียนมาร์)
ได้แอบตั้งใจจะสู้รบโดยส่งกองทัพสองกองทัพไปจู่โจมสมเด็จพระพระราชา กองทัพแรกเป็นกองทัพของพระผู้เป็นเจ้าปะเต็นซึ่งผ่านด่านเจดีย์สามองค์ (ไทย: ด่านเจดีย์สามองค์) กองทัพลำดับที่สองเป็นกองทัพของพระผู้เป็นเจ้านรธาเมงสอที่ล้านนา (จังหวัดเชียงใหม่) ซึ่งจู่โจมจากตอนเหนือของอาณาจักรอยุธยา กองทัพล้านนาหยุดและก็ตั้งแคมป์ที่บ้านสระเกศา ในเวลาที่กองทัพทั้งคู่กำลังจัดเตรียมทำศึกสงครามกับอยุธยาถัดไป พระผู้เป็นเจ้าลิเวก (ไทย: หลีก) ส่งพระผู้เป็นเจ้าจินจันตู (ไทย: จินจันตุๆ) เจ้าหน้าที่รัฐจีนมาสืบในอยุธยา แม้กระนั้นต่อไปไม่นาน
King Naresuan 4 (2011) ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 4 ศึกนันทบุเรง เรื่องย่อกองทัพกษัตริย์ของพระผู้เป็นเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงมีความสมบูรณ์ยิ่งใหญ่น่ายำเกรงกว่าทุกศึก มีช้าง ๓๒๐๐ กองทัพม้า ๑๒๐๐๐ และก็ขี้ข้าราบซึ่งมีปริมาณถึง ๒๕๒๐๐๐ โดยมีนายกองทัพผู้ความรอบรู้สามารถร่วมรบ อีกทั้งพระมหาอุปราชา มังจาปะโร แล้วก็ลักไวทำมูทหารกล้า เสียงยกย่องความโหฬารน่านับถือของกองทัพหงสาวดีที่ชูเข้ามานี้ทำให้เจ้าผู้ครองเมืองในขอบขัณฑสีมาของอาณาจักรอยุธยาข้างข้างเหนือหวาดหวั่นถึงกับคบคิดกันหักหลังเข้าสมานสมัครพระผู้เป็นเจ้านันทบุเรง
ส่งผลให้สมเด็จพระกษัตริย์จำเป็นต้องพบเจออีกทั้งศึกนอกและก็ศึกใน เมื่อศึกเหนือเสือใต้รุมรัว เจ้าขุนมูลนายคนแก่ขาดสามัคคีทรยศพิจารณาแม้กระนั้นประโยชน์ส่วนตนและก็พวก ผู้นำกองทัพผู้รั้งราชบัลลังก์รวมทั้งความมีชีวิตรอดของแผ่นดินก็มาเสียท่าจำต้องอาวุธกึ่งกลางสนามรบศึก ยอดทหารเอกกรุงศรีถูกแม่ทัพผู้ชาญณรงค์กว่าจับมาเป็นๆจำเลย เคราะห์กรรมกรุงศรีอยุธยา แล้วก็สมเด็จพระพระราชาจะจบเช่นไร จะต้องติดตามในรูปภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระพระราชามหาราช ภาค 4 “ศึกนันทบุเรงตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 4 ศึกนันทบุเรง กองทัพกษัตริย์ของพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงมีความสมบูรณ์ยิ่งใหญ่น่าเกรงขามกว่าทุกศึก ประกอบด้วยช้าง ๓๒๐๐ ทัพม้า ๑๒๐๐๐ และไพร่ราบซึ่งมีจำนวนถึง ๒๕๒๐๐๐ โดยมีนายทัพผู้ปรีชาสามารถร่วมรบ ทั้งพระมหาอุปราชา มังจาปะโร
และลักไวทำมูทหารกล้า กิตติศัพท์ความยิ่งใหญ่น่าเกรงขามของทัพหงสาวดีที่ยกเข้ามานี้ส่งผลให้เจ้าเมืองในขอบขัณฑสีมาของราชอาณาจักรอยุธยาข้างฝ่ายเหนือประหวั่นพรั่นพรึงถึงกับสมคบคิดกันแปรพักตร์เข้าสมานสมัครพระเจ้านันทบุเรง เป็นเหตุให้สมเด็จพระนเรศวรต้องเผชิญทั้งศึกนอกและศึกใน เมื่อศึกเหนือเสือใต้รุมกระหน่ำ ขุนนางผู้ใหญ่ขาดสามัคคีคิดคดคำนึงแต่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง จอมทัพผู้รั้งราชบัลลังก์และความอยู่รอดของแผ่นดินก็มาพลาดท่าต้องศาสตรากลางสมรภูมิศึก ยอดทหารเอกกรุงศรีถูกขุนศึกผู้ชาญณรงค์กว่าจับเป็นเชลย ชะตากรรมกรุงศรีอยุธยา และสมเด็จพระนเรศวรจะลงเอยอย่างไร ต้องติดตามในภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 4 “ศึกนันทบุเรง
King Naresuan 5 (2014) ตํานานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 5 ยุทธหัตถี เรื่องย่อKing Naresuan 5 ข่าวการผลัดแผ่นดินของอยุธยารู้ไปถึงพระเจ้านันทบุเรง พระองค์สำคัญว่าอาณาจักรสยามจะไม่เป็นปกติสุขเป็นช่องชวนชิงเชิงจึงให้มังสามเกียดอุปราชเจ้าวังหน้ากรีฑาทัพไปตีกรุงศรีอยุธยาอีก ข้างสมเด็จพระนเรศฯทรงโปรดให้พระราชมนูเป็นทัพหน้าขึ้นไปดูกำลังข้าศึกถึงหนองสาหร่าย ทัพหน้าพระราชมนูปะทะเข้ากับทัพพม่า แต่กำลังข้างพระราชมนูน้อยกว่าจึงแตกพ่ายถอยลงมา สมเด็จพระนเรศฯทราบความจึงออกอุบายให้ทัพข้าศึกไล่เตลิดลงมาจนเสียกระบวนแล้วจึงทรงนำกำลังออกยอทัพข้าศึก ครั้งนั้นช้างทรงของสมเด็จพระนเรศฯนามเจ้าพระยาไชยานุภาพ และช้างทรงของสมเด็จพระเอกาทศรถคือเจ้าพระยาปราบไตรจักรต่างตกน้ำมัน วิ่งร่าเบกพลฝ่าเข้าไปในทัพพม่ารามัญกลางวงล้อมข้าศึกและหยุดอยู่หน้าช้างพระมหาอุปราชา สมเด็จพระนเรศฯ จึงประกาศท้าพระมหาอุปราชแห่งหงสาให้ออกกระทำยุทธหัตถีเป็นพระเกียรติยศแก่แผ่นดิน ด้วยขัตติยมานะพระมหาอุปราชาก็ไสพระคชาธารออกทำคชยุทธด้วยสมเด็จพระนเรศฯ ขณะที่มังจาปะโร พระพี่เลี้ยงองค์สมเด็จพระมหาอุปราชได้ออกทำยุทธหัตถีกับสมเด็จพระเอกาทศรถสัประยุทธ์กันเป็นสองคู่ สู่มหาศึกคชยุทธ์ที่มีแผ่นดินเป็นเดิมพัน
ภายหลังปลดปล่อยให้รอมาแสนนาน หนัง “ตำนานสมเด็จพระพระราชามหาราช 5: ยุทธหัตถี” ก็จะเข้าฉายโรงท้ายที่สุดวันที่ 29 เดือนพฤษภาคมนี้ครับผม รวมทั้งแบบอย่างหนังแรกก็เผยโฉมออกมาแล้ว หนังจะเป็นผลสรุปของห้าภาคหัวข้อนี้ ที่ปฏิบัติงานสร้างมาอย่างนาน รวมทั้งตั้งแต่แมื่อภาคแรก “องค์รับรองหงสา” ที่ออกฉายในมกราคมปี 2550 ก็รวมแล้วรับประทานช่วงเวลาฉายของอีกทั้ง 5 ภาค ราว 7 ปีเศษๆนะครับ
เรื่องราวในภาคนี้ เรื่องราวสำคัญดำรงอยู่ที่การศึกยุทธหัตถีอันเลื่องลือตามชื่อที่ผู้ชมจะได้มองเห็นพระปัญญาสามารถสามารถสำหรับการกรำศึก สร้างสรรค์ชั้นเชิงสำหรับในการรบ ความถนัดการคิดอ่านในมายากลเกมวางแผนรบ รวมถึงความเป็นอัจฉริยะ และก็ความมั่นใจในฐานะกษัตริย์ของสมเด็จพระกษัตริย์มหาราช (พ.ท. วันชนะ สวัสดี) แม้กระนั้นผู้ชมจะได้รับรู้โชคชะตาของผู้แสดงอื่นเหมือนกัน ไม่ว่าจะโศกการละครอันน่าหดหู่ที่เกิดขึ้นอยู่กับสมเด็จพระทองกัลยาณี (เกรซ มหาดำรงค์กุล), โชคชะตาของบุญทิ้ง หรือ พระราชมนู (ปีเตอร์ นพชัย) ข้างหลังกลายเป็นตัวประกันในศึกนันทบุเรง รวมทั้งไอ้ขาม (ศุภมือณ์ ธุระทอง) ชายบ้าใบ้ที่ได้เข้ามารับใช้มอบงานเป็นคชบาลร่วมกรำศึกที่เรื่องราวศาสตร
ตำนานสมเด็จพระพระราชามหาราช 5: ยุทธหัตถี นับว่าเป็นหนังไทยในระบบสตูดิโอที่ถ่ายทำ และก็บันทึกภาพด้วยฟิล์มถ่ายรูปภาพยนตร์เรื่องท้ายที่สุดของประเทศไทยครับผม ดำเนินการสร้างโดยพร้อมมิตรโปรดักชั่น รวมทั้ง สหมงคลฟิล์ม ระหว่างชาติ ควบคุมโดยมจังหวัดชาตรีเฉลิม ยุคล และก็ในส่วนของผู้แสดงยังมีจักรกฤษณ์ อำมะรัตน์, นภัสมือ มิตรเอม, สรดงษ์ ชาตรี, ฉัตรชัย ส่องแสงพานิช รวมทั้งทักษอร ภักดิ์สุขเจริญรุ่งเรือง ร่วมแสดง คลิกดูตัวอย่างข้างใน
King Naresuan 6 (2015) ตํานานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 6 อวสานหงสา เรื่องย่อในปี พุทธศักราช2135 ข้างหลังแพ้ศึกยุทธหัตถี พระผู้เป็นเจ้านันทบุเรงระบายพระความโมโหที่สูญเสียราชลูกอุปราชที่หงสาไปที่พระนางทองกัลยาณีและก็ลูกชายบุตรสาวจนกระทั่งสวรรคต สมเด็จพระพระราชาก็เลยนำกองทัพชัยหมายล้างแค้นแทนพระพี่นางแล้วก็เหยียบหงสาวดีให้ราบเป็นหนังกลอง ข้างพระผู้เป็นเจ้านันทบุเรงเมื่อหมดหนทางวิถีทางก็เลยยินยอมให้นัดหมายจินหน่องราชลูกที่ เจ้าผู้ครองนครโคนงอูพาท่านพร้อมต้อนเงินทองรวมทั้งผู้คนจากหงสาไปไว้ยังโคนงอูจนถึงหมดไปครั้นเมื่อสมเด็จพระพระราชาเสด็จถึงเมือง หงสาวดีก็แปลงเป็นเมืองร้างไปเสียแล้ว ศึกคราวนี้สมเด็จพระกษัตริย์ก็เลยจำต้องยกพลตามต่อตีไปยังโคนงอู แม้ว่าจะได้รับคำทักท้วงจากพระมหาเถรและก็พระมเหสีมณีจันทร์เพื่อหมายฆ่าพระผู้เป็นเจ้านันทบุเรงให้ควรได้ ข้อสรุปที่มหาการศึก 2 แผ่นดินจะจบลงเช่นไร และก็ผู้ใดจะเป็นผู้ชนะเหนือสนามรบนี้ การรบคราวสุดท้ายของเพื่อนร่วมรบที่อโยธยา ใน ตำนานสมเด็จพระกษัตริย์มหาราช อวสานหงสา!
ในปี พ.ศ.2135 หลังพ่ายศึกยุทธหัตถี พระเจ้านันทบุเรงระบายพระโทสะที่สูญเสียราชบุตรอุปราชแห่งหงสาไปที่พระนางสุพรรณกัลยาและพระราชโอรสธิดาจนสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระนเรศวรจึงนำทัพชัยหมายแก้แค้นแทนพระพี่นางและเหยียบหงสาวดีให้ราบเป็นหน้ากลอง ฝ่ายพระเจ้านันทบุเรงเมื่ออับจนหนทางจึงยอมให้นัดจินหน่องราชบุตรแห่ง เจ้าเมืองตองอูพาพระองค์พร้อมกวาดต้อนทรัพย์สินและผู้คนจากหงสาไปไว้ยังตองอูจนหมดสิ้น ครั้นสมเด็จพระนเรศวรเสด็จถึงเมือง หงสาวดีก็กลายเป็นเมืองร้างไปเสียแล้ว ศึกครั้งนี้สมเด็จพระนเรศวรจึงต้องยกทัพตามต่อตีไปยังตองอู แม้จะได้รับคำทัดทานจากพระมหาเถรและพระมเหสีมณีจันทร์เพื่อหมายสังหารพระเจ้านันทบุเรงให้จงได้ ผลสรุปแห่งมหาสงคราม 2 แผ่นดินจะจบลงเยี่ยงไร และใครจะเป็นผู้มีชัยเหนือสมรภูมินี้ การศึกครั้งสุดท้ายของสหายร่วมรบแห่งอโยธยา ใน ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา!
“สมเด็จพระนเรศวร 6” ออกฉายในปี 2558 ถือเป็นสุดยอดซีรีส์ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ที่กำกับโดย ชาตรีเฉลิม ยุคล เรื่องราวชีวิตและรัชสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ภาพยนตร์เรื่องนี้ต่อยอดมาจากการเล่าเรื่องในภาคก่อนๆ โดยยังคงสำรวจเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์และความร่ำรวยทางวัฒนธรรมของประเทศไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา ด้วยขนาดที่ยิ่งใหญ่ ความใส่ใจในรายละเอียด และความมุ่งมั่นต่อความถูกต้องแม่นยำของประวัติศาสตร์ “สมเด็จพระนเรศวรที่ 6” ถือเป็นผลงานชิ้นเอกทางภาพยนตร์ที่ไม่เพียงแต่เฉลิมฉลองประวัติศาสตร์ไทยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงคุณค่าที่ยั่งยืนของความเป็นผู้นำและความเสียสละอีกด้วยวันชนา สวัสดี กลับมารับบทสมเด็จพระนเรศวรอีกครั้ง โดยแสดงการแสดงอันทรงพลังซึ่งครอบคลุมช่วงพระชนม์ชีพของพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่วัยเยาว์จนถึงการเสียสละครั้งสุดท้าย ภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวผ่านช่วงต่างๆ ในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวร โดยเน้นทั้งความกล้าหาญทางการทหารและความยากลำบากส่วนตัวที่พระองค์เผชิญ ภาพของสวัสดีถ่ายทอดความซับซ้อนของพระมหากษัตริย์ โดยแสดงให้เห็นว่าพระองค์เป็นผู้นำที่ขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกลึกซึ้งในหน้าที่และความจงรักภักดีต่อประชาชนของพระองค์
รีวิวหนัง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ๖ ตอน อวสานหงสา April 2015 7.6/10 หลายคนกังขา อยากฟังรีวิว หลายคนสนใจ แต่ฟังเขามาว่าไม่ดี เลยลังเล หลายคนอยากดู แต่จะรอโหลด รอแผ่น รอบร้าๆๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมคนไทยจึงต้องอะไรกับหนังเรื่องนี้มากมายนะ โอเค มันอาจจะไม่ได้เริ่ดเวอร์ แจ่มว้าว CG ไม่แหล่ม เนื้อเรื่องไม่ได้โฟกัส มีไคลแมทที่ทำให้ฟิวพีค โดยเฉพาะตอนจบ น้ำตาเกือบจะซึมละ แต่ไม่อะ มันไม่ถึง…เสียดายมาก (ทั้งหมดคือที่หักคะแนนไป) แต่ส่วนตัว คิดว่าหนังเก็บรายละเอียดสตอรี่ได้หมด ได้เท่าที่เวลาอำนวยและเป็นส่วนหนึ่งของการเล่า ไม่หลงประเด็นอะไรจนออกอ่าว ดูแล้วเข้าใจ ว่าเกิดอะไรขึ้น สรุป ไม่อวย แต่ไม่ยี้..[Movie Review] – ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 6 อวสานหงสา
ในที่สุดก็มาถึงภาคปิดตำนานเสียที สำหรับภาพยนตร์แห่งสยามประเทศ ที่เป็นปรากฏการณ์หลายสิ่งในรอบ 8 ปี (พ.ศ. 2550-2558) ..ไม่ว่าในแง่ของทุนสร้างที่ถ้านับกันตั้งแต่ภาคแรกจนภาคสุดท้าย ก็ไม่มีผุ้ใดล่วงรุ้ว่าเป็นเม็ดเงินจำนวนเท่าไหร่? การสร้างสถิติด้านรายได้จนติดอันดับบนสุดของตารางทำเงินภายในประเทศ หรือการรวมกองทัพนักแสดงและคนทำงานเบื้องหลังทั่วฟ้าเมืองไทยมากที่สุดตลอดกาล (จนแทบไม่รุ้ว่าจะจัดใหญ่แบบนี้ได้อีกเมื่อไหร่ 55) นอกจากนี้ยังมีข้อพิพาทเรื่องคุณภาพในภาคหลังๆ และปัญหามากมายอันเป็นเหตุให้การถ่ายทำล่วงเลยเกินกำหนดการณ์ บลาๆๆ
หากใครที่ติดตามมาตลอดเชื่อว่าร้อยละเก้าสิบน่าจะรุ้สึกได้ว่า องค์ประกันหงสา (ภาค 1) เป็นที่จดจำและประทับใจทุกแง่มุมที่สุด ไม่ว่าบริบทในเนื้อหาที่โครงเรื่องมีธีมและประเด็นน่าสนใจ การแจกแจงบทบาทตัวละครในระดับที่ดี โดยปูเรื่องตั้งแต่พระเจ้าบุเรงนองมีชัยต่อกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระมหาธรรมราชาจึงยอมถวาย สมเด็จพระนเรศวร ราชโอรสองค์โตไปประทับยังนครหงสาวดี ในช่วงทรงพระเยาว์แสดงความคิดอ่านเฉกเช่นเด็กทั่วไป ต่างแค่พระองค์ทรงมีจิตใจรักชาติอย่างแรงกล้า และมุ่งมั่นที่จะเห็นแผ่นดินไทยปกครองโดยคนไทย นอกจากนี้การอิงประวัติศาสตร์ชาติไทยนั้น แน่นอนว่าชาติอื่นต้องเป็นผู้ร้ายจนเป็นที่สุ่มเสี่ยงต่อความสัมพันธ์อันดี ทว่าบทหนังก็ใส่ใจจุดนี้โดยพยายามมิให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจ ด้วยการให้เห็นว่าตัวละครทั้งฝ่ายไทยและหงสาต่างมีทั้งคนที่ดีและไม่ดี
ด้านแก่นหลักก็ชัดเจนในการสื่อถึงบุรุษที่เกิดมาเพื่อเป็นกษัตริย์ ทว่ากลับเติบโตในช่วงที่ประเทศชาติเป็นเมืองขึ้นของศัตรู แผ่นดินกำลังต้องใครบางคนมากอบกู้เอกราชกลับคืนมา?!! ….ทั้งนี้หากเราดูภาคแรก (และนึกถึงช่วงสำคัญๆอื่นในประวัติศาสตร์) แล้วข้ามมาชมภาคสุดท้ายอย่าง อวสานหงสา ในขณะที่ซึมซับจิตวิญญาณของมหาบุรุษที่ถูกบ่มเพาะแต่วัยเด็ก จนเติบใหญ่เป็นมหาวีรบุรุษอย่างแท้จริงอย่างที่เห็นกัน มันก็น่าฟินในความรุ้สึกอย่างมาก แม้รายละเอียดรายทางจะสูญหายตกหล่นไปบ้าง ในเมื่อหนังดำเนินงานสร้างถึง 8 ปี มันจึงขาดความต่อเนื่องสำหรับผุ้ชมที่ติดตามมายาวนาน (เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ซื้อหาแผ่นมาเก็บ และดูซ้ำก่อนจะดูแต่ละภาคในโรง) ไม่นับการทำงานของผุ้สร้าง ผุ้กำกับ และทีมงาน ที่ดูเหมือนจะติดขัดปัญหาหลายประการ จนภาคที่เหลือถูกวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้นเรื่อยๆ ถึงความไม่สมบูรณ์พร้อมทั้งการถ่ายทำ รวมถึงบทภาพยนตร์โดยเฉพาะภาคที่ในทีแรกว่าจะเป็นภาคสุดท้ายอย่างภาค 5 ยุทธหัตถี ที่ยิ่งสร้างความผิดหวังแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน?!!
กระทั่งต้องนำมาเล่าต่อในภาค 6 อวสานหงสา ที่เนื้อหาต่อเนื่องจากสงครามยุทธหัตถี หลังจาก พระเจ้านันทบุเรง สูญเสีย มังกะยอชวา ราชบุตรและอุปราชคนสำคัญ จนรับสั่งประหารแม่ทัพนายกองที่กลับจากศึกยุทธหัตถี 7 ชั่วโครต ทั้งยังสังหาร พระนางสุพรรณกัลยาและพระโอรส จนสิ้นพระชนม์ด้วยมือพระองค์เอง สมเด็จพระนเรศวร จึงนำทัพจากอโยธยาบุกมาตีหงสาวดีเพื่อแก้แค้นให้พระพี่นาง!!!.. นี่คือเส้นเรื่องในภาคสุดท้าย โดยมีแก่นหลักเกี่ยวกับความรักชาติและไพร่ฟ้าประชาราษฎร์(เช่นเคย) และแก่นรองอย่างความไม่อาจระงับการจองกรรมจองเวรต่อกันของ พระเจ้านันทบุเรง กับ สมเด็จพระนเรศวร จนกระทำสงครามที่เกิดความสูญเสียทหารและราษฏร ท้ายสุดก็หนีไม่พ้นกฏแห่งกรรมในชาตินี้ แม้จะสะสมบุญบารมีไว้เพียงใดก็ไม่อาจชดเชยกันได้ ซึ่งก็พอมีน้ำหนักให้ตัวหนังไม่เคว้งคว้างเลื่อนลอย
..ด้านงานถ่ายทำยังคงมีปัญหาเดิมๆทั้งทุนสร้าง การลำดับเรื่องราว และนักแสดงบางท่านที่เสียชีวิตไปแล้ว งานนี้จึงแก้ไขสถานการณ์ด้วยการนำฟุตเทจเก่า และฟุตเทจที่ถ่ายทำใหม่มาตัดต่อเข้าด้วยกัน บางฉากจึงแลดูโดดๆแต่ก็ไม่ถึงกับเสียหายรุนแรง งานเทคนิคพิเศษด้านภาพมองมุมหนึ่งอาจไม่เนียนตา ฉากหลังกับตัวละครดูลอยๆจากกันชัดเจน แต่ผุ้สร้างก็พอจะรุ้ในข้อเสียนี้ จึงใส่ดีเทลให้บางฉากคล้ายกำลังชมภาพเขียนในงานศิลปไปแทน (ซึ่งก็พอจะสวยงามไปอีกแบบ!!) น่าชื่นชมที่สุดสองส่วนคือการบันทึกเสียงประกอบ ที่มอบความหนักแน่นจนพยุงหลายฉากให้ดูมีพลัง ทั้งเสียงฟันดาบ เสียงปืนใหญ่ เสียงกลองรบ และอื่นๆที่มอบความหึกเหิม ตื่นเต้น และหวาดหวั่นได้เยอะจริงๆ อีกสิ่งคือการแสดงในฉากดราม่าทั้งหลาย ที่ตัวละครดูมีจิตวิญญาณของความรักและห่วงใยชาติบ้านเมืองจนน่าเชื่อถือนี่หละ….
สรุปก็พอกล้อมแกล้มไปได้สำหรับภาคปิดตำนาน แม้จะไม่ถึงกับยอดเยี่ยมจนรุ้สึกดีอะไรมากมาย แต่หากพิจารณาจากปัญหาร้อยแปดจากแทบทุกองค์ประกอบของโปรเจ็ค (ทั้งที่คนนอกรุ้และอีกมากที่ยังไม่รุ้?!!) หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ทีมงานและดารานักแสดง เชื่อว่าคงพยามทำงานนี้อย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้แล้ว และไม่ว่าใครจะชื่นชม เฉยๆ หรือรุ้สึกไม่ดีอื่นใดกับผลงานนี้.. ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (ทั้ง 6 ภาค) ก็ได้กลายเป็นหน้าหนึ่งที่สำคัญในประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์ และเป็นกรณีศึกษาของคนทำงานเบื้องหลังภาพยนตร์(โปรดั๊กชั่นยักษ์ใหญ่)ไปอีกแสนนานครับ ^^
เสียความรู้สึกบอกตรงๆ กุว่าละทำไมเค๊าบ่นกันตอนไปดูในโรง ภาค 1-5 ผมว่าโอเคเลยทั้ง CG ทั้งโดยรวม แต่ ภาค 6 คุณทำมาแค่เนี้ย หมดศรัทธาว๊ะบอกตรงๆ ดูได้แค่ไม่เกิน 20 นาทีแรก พอถึงตอนรบเชี้ยเอ้ย นี่หรือหนังโรง นี่หรือ หนังที่มาเบียดกับ fast7 พูดตรงนะถ้าเป็นละครกุต้องคิดว่าละครช่อง 7 แน่นอน เสียความรู้สึกจิงๆ ภาคจบแบบนี้ มันรู้สึกแย่มากๆ นี่หรือหนังโรง
King Naresuan 6 The Legend of King Naresuan VI
ชื่อไทย : ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 6 ตอน อวสานหงสา
เดินทางมาถึงตอนสุดท้ายแล้ว สำหรับ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แม้ว่าใน ตอน ยุทธหัตถี ภาค 5 ซึ่งเป็นตอนที่น่าสนใจที่สุดจะผ่านไปแล้วก็ตาม ในภาคนี้ก็ยังทำออกมาได้อย่าง น่าสนใจ เพราะเป็นการตามล่า หมายเอา ชีวิต พระเจ้านันทบุเรง ขององค์ดำ ให้สาแก่ใจคนไทย หนังเดินเรื่องได้รวดเร็ว ด้วยแรงแค้น และ จบลงอย่างเศร้า ๆ ในทุกๆ ตอนของหนังเรื่องนี้ คืองานคุณภาพของคนไทย เทียบชั้นได้กับหนังฝรั่ง … น่าดู มาก ครับ
ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 6 ตอน อวสานหงสา King Naresuan 6 HD สู่บทสรุปของอภิมหากาพย์ภาพยนตร์แอ็คชั่นอิงประวัติศาสตร์ จากตำนานกษัตริย์นักรบไทยอันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย กว่า 4 ศตวรรษ กับเรื่องราวในตำนานที่เกิดขึ้นหลังจากอภิมหาศึกคชยุทธ์ยุทธหัตถีจบลง บทสรุปของทุกตัวละครในตำนานที่เกิดขึ้น เกิดอะไรขึ้นกับพระเจ้านันทบุเรง หลังจากพระมหาอุปราชาทรงสวรรคต ชีวิตทหารไพร่พลพม่ารามัญที่พ่ายแพ้จากศึกในประวัติศาสตร์เมื่อเดินทางกลับสู่กรุงหงสา วิบากกรรมที่พระสุพรรณกัลยาทรงรับไว้ ชีวิตที่ดำเนินต่อไปของมณีจันทร์ที่ทรงตั้งพระครรภ์ การเดินทางมุ่งหน้ากลับสู่หงสาในการรบครั้งสุดท้ายตามพระประสงค์ของสมเด็จพระนเรศวร
ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 6 อวสานหงสา – King Naresuan 6 ในปี พ.ศ. 2135 หลังพ่ายศึกยุทธหัตถี พระเจ้านันทบุเรงระบายพระโทสะที่สูญเสียราชบุตรอุปราชแห่งหงสาไปที่พระนางสุพรรณกัลยาและพระราชโอรสธิดาจนสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระนเรศวรจึงนำทัพชัยหมายแก้แค้นแทนพระพี่นางและเหยียบหงสาวดีให้ราบเป็นหน้ากลอง ฝ่ายพระเจ้านันทบุเรงเมื่ออับจนหนทางจึงยอมให้นัดจินหน่องราชบุตรแห่ง เจ้าเมืองตองอูพาพระองค์พร้อมกวาดต้อนทรัพย์สินและผู้คนจากหงสาไปไว้ยังตองอูจนหมดสิ้น ครั้นสมเด็จพระนเรศวรเสด็จถึงเมือง หงสาวดีก็กลายเป็นเมืองร้างไปเสียแล้ว ศึกครั้งนี้สมเด็จพระนเรศวรจึงต้องยกทัพตามต่อตีไปยังตองอู แม้จะได้รับคำทัดทานจากพระมหาเถรและพระมเหสีมณีจันทร์ เพื่อหมายสังหารพระเจ้านันทบุเรงให้จงได้ ผลสรุปแห่งมหาสงคราม 2 แผ่นดินจะจบลงเยี่ยงไร และใครจะเป็นผู้มีชัยเหนือสมรภูมินี้ การศึกครั้งสุดท้ายของสหายร่วมรบแห่งอโยธยา ใน ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา Prachachat – ประชาชาติ หากกล่าวกันอย่างตรงไปตรงมา มหากาพย์ภาพยนตร์เรื่อง “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ของ “ท่านมุ้ย-หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล” สามารถจบลงแบบบริบูรณ์ได้ใน “ภาคยุทธหัตถี(ภาค 5)” เมื่อปีก่อน(2014) ไม่จำเป็นต้องลากยาวมาไกลจนถึง “ภาคอวสานหงสา(ภาค 6)” ในปีนี้(2015)เหตุผลที่ทำให้ต้องแสดงความเห็นดังข้อความข้างต้น เป็นเพราะเนื้อหาและงานภาพของภาคอวสานหงสาค่อนข้างกระพร่องกระแพร่ง ยังมีความรู้สึกขาดๆ เกินๆ เกิดขึ้นให้เห็นตลอดทั้งเรื่อง จนไม่สามารถนำมาเติมเต็มความรู้สึกห้วนๆ ที่เกิดจากภาคยุทธหัตถีได้อย่างที่คิด อีกทั้งหลังจากได้ดูจนจบทั้งเรื่องก็รู้สึกว่าเหมือนเสียดายฟุตเทจที่เหลือจากภาคก่อน เลยตัดสินใจถ่ายเพิ่มอีกนิดหน่อยแล้วนำมาผนวกรวมกันเป็นภาคจบตำนาน ผู้กำกับ
หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
บริษัท ค่ายหนังพร้อมมิตร โปรดักชั่น
นักแสดง- วันชนะ สวัสดี
- ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ
- จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์
- นพชัย ชัยนาม
- นภัสกร มิตรเอม
- สรพงษ์ ชาตรี
- เกรซ มหาดำรงค์กุล
- วินธัย สุวารี
- เต็มฟ้า กฤษณายุธ
- นิรุตติ์ ศิริจรรยา
- รัชนี ศิระเลิศ
- ปราบต์ปฏล สุวรรณบาง
- ชลิต เฟื่องอารมย์




รวมหนัง พระนเรศวร ทุกภาค
King Naresuan 6 (2015) ตํานานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 6
King Naresuan 1 (2007) ตํานานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 1
King Naresuan 2 (2007) ตํานานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 2
King Naresuan 3 (2011) ตํานานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 3
King Naresuan 4 (2011) ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 4
King Naresuan 5 (2014) ตํานานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 5
[/read]

