ดูหนัง ไอรอนแมน Iron Man ครบทุกเรื่อง
Iron Man ไอรอนแมน เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนวซูเปอร์ฮีโร ฉายเมื่อ ค.ศ. 2008 สร้างจากตัวละครชื่อเดียวกันของมาร์เวลคอมิกส์ เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล กำกับโดย จอน แฟฟโรว์ จากบทภาพยนตร์ที่เขียนโดยทีมผู้เขียนบท มาร์ก เฟอร์กัสกับฮอว์ก ออสต์บี และ อาร์ต มาร์คัมกับแมตต์ ฮอลโลเวย์ ภาพยนตร์แสดงนำโดย โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ เป็น โทนี สตาร์ก / ไอรอนแมน ร่วมกับ เทร์เรนซ์ ฮาวเวิร์ด, เจฟฟ์ บริดเจส, ฌอน ทูบและกวินเน็ธ พัลโทรว์
[read more]
- Iron Man 1 (2008) ไอรอนแมน
iron man 1 movie โทนี่ สตาร์ค (โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์) เป็นนักประดิษฐ์และนักอุตสาหกรรม มหาเศรษฐีพันล้านที่ถูกลักพาตัวไปขณะอยู่ต่างบ้านต่างเมือง แล้วก็ถูกบีบบังคับให้คิดค้นอาวุธที่มีประสิทธิภาพการทำลายล้างสูง แทนที่เขาจะใช้สติปัญญาอันปราดเปรื่อง และแนวคิดอัจฉริยะประดิษฐ์ตามคำสั่ง แต่ว่าโทนี่กลับสร้างชุดเกราะไฮเทค และหนีรอดการถูกจองจำมาได้ พอกลับมายังอเมริกาโทนี่ก็ต้องเผชิญหน้ากับอดีต และล่วงรู้แผนการชั่วร้ายที่มุ่งทำลายล้างโลก เขาจึงต้องสวมชุดเกราะทรงพลัง และปฏิญาณว่าจะพิทักษ์โลกใบนี้ในนาม ไอรอน แมน
- Iron Man 2 (2010) ไอรอนแมน 2
iron man เรื่องย่อ เรื่องราวภาคต่อที่คนทั่วโลกได้ทราบกันแล้วว่า มหาเศรษฐียอดนักประดิษฐ์อาวุธ โทนี่ สตาร์ค เปิดเผยตัวเองว่าเขาคือ ไอรอน แมน ซูเปอร์ฮีโร่ที่ช่วยปกป้องโลก เขาได้รับแรงกดดันจากทางรัฐบาล สื่อมวลชน และสาธารณชนต่าง ๆ ให้เปิดเผยเทคโนโลยีในการสร้างไอรอน แมน ให้กับกองทัพ แต่โทนี่เองกลับไม่ต้องการที่จะเผยความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเกราะเหล็กนี้ เนื่องจากกลัวว่าเทคโนโลยีนี้จะตกไปอยู่ในมือของคนชั่ว มีเพียงสาวคนสนิท เป็ปเปอร์ พอตส์ และเพื่อนตายอย่าง เจมส์ โรดส์ เท่านั้นที่เห็นด้วยกับเขา โทนี่จึงพยายามคิดค้นพัฒนาชุดเกราะเหล็กขึ้นใหม่ เพื่อเตรียมรับมือกับศัตรูหน้าใหม่ที่กำลังจะปรากฏ
- Iron Man 3 (2013) ไอรอนแมน 3
โทนี่ สตาร์ค / ไอรอน แมน (โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์) อัจฉริยะนักอุตสาหกรรมสุดเกรียน ตกอยู่ภายใต้หลุมพรางของศัตรูผู้ไม่รู้จักขอบเขตของคำว่าโหดร้าย เมื่อ สตาร์ค พบว่าโลกส่วนตัวของเขา ได้ถูกทำลายลงด้วยเงื้อมมือของศัตรูเหล่านั้น เขาจึงออกตามล่าคนที่ต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบพลิกแผ่นดิน ในทุกย่างก้าวของการเดินทางครั้งนี้ คือการทดสอบความเข้มแข็งของเขา เมื่อหลังชนฝา สตาร์ค เอาตัวรอดมาได้ โดยอุปกรณ์ต่าง ๆ ของเขาเอง สิ่งที่พึ่งพาได้ในตอนนี้ก็คือความเป็นนักประดิษฐ์และสัณชาติญาณ เพื่อจะปกป้องคนที่เขารัก เมื่อเขาลุกขึ้นสู้อีกครั้งสตาร์คจึงได้พบกับคำตอบของคำถาม ที่คอยหลอกหลอนเขามาโดยตลอดว่า คนสร้างชุดเกราะ หรือ ชุดเกราะสร้างคนกันแน่?
ผู้กำกับ- จอน แฟฟโรว์ – Iron Man 1 (2008) ไอรอนแมน , Iron Man 2 (2010) ไอรอนแมน 2
- เชน แบล็ก – Iron Man 3 (2013) ไอรอนแมน 3
- มาร์เวลสตูดิโอส์
- แฟร์วิว เอ็นเตอร์เทนเมนท์
- โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์
- เทร์เรนซ์ ฮาวเวิร์ด
- เจฟฟ์ บริดเจส
- ฌอน ทูบ
- กวินเน็ธ พัลโทรว์ดอน ชีเดิล
- มิกกีย์ รูร์ก
- สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน
- แซม ร็อกเวลล์
- ซามูเอล แอล. แจ็กสันกาย เพียร์ซ
- รีเบคกา ฮอลล์
- สเตฟานี โซสตัก
- เจมส์ แบดจ์ เดล
- วิลเลียม แซดเลอร์
- มิเกล เฟอร์เรอร์
- จอน แฟฟโรว์
- เบน คิงสลีย์


- Iron Man 1 (2008) ไอรอนแมน
เด็กน้อยวิจารณ์หนัง
Iron Man ( 2008 ) ( 8/10 )
” จุดเปลี่ยนแปลงของชีวิต ”
✏️✏️✏️รีวิว ( ปราศจากสปอย )
– หนังเรื่องนี้ คือ เรื่องแรกที่เป็นการปูทางไปสู่จักรวาลของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ของค่าย ” มาร์เวล ” ครับ
– ส่วนที่ผมจั่วหัวข้อแบบนี้ก็คือ ตอนแรกทางผู้สร้างและทีมงานบางส่วนไม่ต้องการให้ ” โรเบริต ดาวนีย์ จูเนียร์ ” มารับบท ” ไอรอนแมน ” เนื่องจาก ดาวนีย์เคยมีประวัติในอดีตที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารเสพติดครับ
– แต่ทางผู้กำกับอย่าง ” จอน แฟฟโรว์ ” ยืนกรานครับว่ายังไงต้องให้ดาวนีย์มารับบทนำเท่านั้น เพราะมองว่าดาวนีย์เหมาะกับบทนี้มาก เสมือนเป็นการเริ่มต้นใหม่หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่เลวร้ายเหมือนกับตัวละคร ไอรอนแมน ( โทนี่ สตาร์ก ) ในเรื่องครับ
– ซึ่งแน่นอนหลังจากหนังที่ออกฉายแล้วถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง กลบเสียงคัดค้านอย่างเห็นได้ชัด ดาวนีย์แสดงได้อย่างยอดเยี่ยม และที่สำคัญเป็นการปูทางสู่จักรวาลมาร์เวลได้อย่างลงตัว
– เข้าถึงเนื้อหาของหนังดีกว่าครับ หนังสนุกมาก มีดาราชั้นนำมาสร้างสีสันได้เยอะ แถมมุกตลกต่างๆได้เข้ามาแบบลงตัว และที่สำคัญมุกต่างๆในเรื่อง คือ การด้นสดนะครับ !!!!
– ที่เป็นการด้นสด คือ ผู้กำกับอย่างแฟฟโรว์ แกเคยเป็นนักแสดงในสายคอเมดี้มาก่อน พอถึงฉากที่บรรดาดาราต่างๆมาแบบพร้อมกัน แฟฟโรว์เลยปล่อยให้บรรเลงมุกฮาแบบเต็มที่ ดังนั้นเลยเข้าทางป๋าดาวนีย์ในเรื่องมุกจิกกัด แน่นอนนะครับว่า นี่คือเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ โรเบริต ดาวนีย์ จูเนียร์ ในแบบที่ไม่มีใครที่จะสามารถเลียนแบบได้ง่ายๆ
– ส่วนพาร์ทแอ๊กชั่นทำออกมาได้สนุก ตื่นตา บวกผสมกับมุกตลกที่เข้ามาสอดแทรกแบบเข้าจังหวะ เลยทำให้หนังไหลลื่น ดูสนุก ดูเพลิน และเมื่อมาได้การแสดงชั้นยอดของดาวนีย์อีก เลยทำให้ไอรอนแมน ตอนแรกเป็นที่น่าจดจำต่อเหล่าคนดูหนังครับ
– สรุปแล้วหนังสนุกลงตัว เป็นการปูทางอย่างเยี่ยมยอด ถึงแม้จะมีมุกตลกมาสอดแทรกค่อนข้างเยอะ แต่ก็มีซีนดราม่าอันน้าประทับใจที่พอเรียกน้ำตาจากคนดูได้เหมือนกัน ( แค่เห็น โรเบริต ดาวนีย์ จูเนียร์ มาเล่นร่วมกันกับ เจฟฟ์ บริดเจส ก็คุ้มค่าแล้วครับ )
- Iron Man 2 (2010) ไอรอนแมน 2
Iron Man 2(2010)
กำกับภาพยนตร์โดย : Jon Favreau
นำแสดงโดย : Robert Downey Jr., Gwyneth Paltrow, Don Cheadle, Scarlett Johansson, Sam Rockwell, Mickey Rourke, Samuel L. Jackson
iron man 2 นักแสดง รีวิวหนังเรื่องต่อไป เป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ของค่ายมาร์เวล โดยเป็นหนังภาคต่อจากไอรอนแมนภาคแรก ซึ่งภาคสองภาคนี้พูดTony Starkได้มีการต่อต้านการเรียกร้องจากสหรัฐฯ
ให้มอบเทคโนโลยีจากไอรอนแมน ซึ่งส่งผลให้สุขภาพของโทนี่แย่ลง โดยในขณะเดียวกัน Ivan Vankoนักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียใช้เทคโนโลยีในเวอร์ชั่นของเขาเองเพื่อไล่ตามล้างแค้นแก่ตระกูลสตาร์ก สำหรับหนังภาคสองภาคนี้ที่ดูเหมือนว่าจะทำมันออกมาได้แตกต่างและดีไม่พอเท่าภาคแรก แต่ฉากแอ็คชั่นแต่ละตอนยังคงความสนุก ความท้าทาย
ความเจ๋งล้ำหน้าของการใช้วิชวลเอฟเฟกต์และการสร้างภาพจากคอมพิวเตอร์เป็นหลักสำหรับชุดของไอรอนแมน ซึ่งตัวละครอีกคนอย่างBlack Widow หรือ Natasha Romanoffที่แสดงโดยScarlett Johanssonถือว่าเป็นการปรากฏตัวในหนังเรื่องนี้เรื่องแรกที่ได้ถูกดึงดูดความสนใจเป็นอย่างมาก
เพราะด้วยรูปร่างเซ็กซี่น่าฟัดและการเล่นบู๊ที่ดุเด็ดเผ็ดมันส์ไม่แพ้ไอรอนแมนเลย ส่วนบทบาทJames Rhodesก็ได้มีการเปลี่ยนนักแสดงจากTerrence Howard มาเป็น Don Cheadleแทน ซึ่งผมว่าดอนแสดงบทบาทนี้ได้ดีกว่าเทอร์เรนซ์อยู่นะครับ ส่วนบทบาทตัวร้ายอย่างIvan Vankoที่รับบท
โดยMickey Rourkeที่ดูเหมือนว่าภายนอกดูกากๆ แต่การใช้แส้ไฟฟ้าเป็นอาวุธหลักที่รู้สึกถึงความเท่และความเหี้ยมอย่างเย็นชา การแสดงของโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ที่แสดงออกมาแหวกแนวพอสมควร แต่ก็ยังทำให้หนังภาคสองเรื่องนี้ดีขึ้นบ้างและหนังเรื่องนี้ก็เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขาวิชวลเอฟเฟกต์ยอดเยี่ยมอีกด้วย
- Iron Man 3 (2013) ไอรอนแมน 3
IRON MAN 3 (2013)
มาถึงภาคล่าสุดแล้วค่ะ ครั้งนี้พยายามจะไม่เขียนรีวิวแบบเดิมๆ แต่อยากเขียนในเชิงเรื่องเล่าของคุณสตาร์คมากกว่า (อ่าน Prelude ได้ที่โพสต์ก่อนหน้าเลยค่ะ) เพราะว่า โอ้โห หนังมันเท่นะ หมายถึง มัน Cool ไม่ใช่แค่ Entertain อย่างเดียว หากไล่ดูหนังแต่ละภาคมาจริงๆ ไตรภาค IRON MAN
เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของ โทนี่สตาร์คหมดเลย หนัง IRON MAN ภาค 3 สำหรับเราถือว่าเป็นการพัฒนาของหนังแอคชั่นฮีโร่ จากมาร์เวลที่ดีมากๆเรื่องหนึ่ง และ นี่เป็นความกล้านี่น่ายกย่องนะ เพราะหนังอัดบทพูดมาเพียบจนใครกะเข้าไปเจอแอคชั่นจัดเต็มอาจหาวเอาได้ในช่วงแรกๆ แต่มันกลับเป็นความความ ถูกต้องเหมาะเจาะแก่ช่วงเวลามากๆ เพราะหนังสมควรเดินทางมาถึงจุด ซีเรียสและดราม่า ที่ต้องขบคิด แล้ว
เราว่าความสนุกอย่างหนึ่งของหนังซีรี่ IRON MAN (หรือคอมิค IRON MAN) คือ การเล่นกับอดีตที่เร้นลับดำมืด ยังไม่ได้รับการเปิดเผยของ ตระกูล สตาร์ค นี่แหละ และความที่มันเล่นกับเรื่องอดีต บุคลิกของตัวละครสตาร์คเองกลับคอนทราสต์กับมันอย่างสิ้นเชิงเลย คือ เขาไม่แคร์อดีต
ไม่สนอดีต แต่อดีตก็กลับมาเล่นงาน และ สร้างประโยชน์ในชีวิตเขาทุกครั้ง กับ การที่ทั้งตัวโฮเวิร์ด และ โทนี่เอง ต่างก็เป็นนักสร้าง (Creator) นักซ่อม (Mechanic) พวกเขาทั้งคู่ เลยสร้างอะไรต่อมิอะไรขึ้นมามาก แล้วก็ต้องมาตามซ่อม แก้ไขสิ่งที่ตัวเองได้ทำพลาดไป
หนังภาคนี้ค่อนข้างตลกแบบโฉ่งฉ่างกว่าที่ผ่านมา แต่ถ้าสังเกตุดีๆมันค่อนข้างจะเป็นตลกร้าย แนวถนัดของ Shane Black หากเราเคยปลื้มกับหนังสุดยียวน อย่าง Kiss Kiss Bang Bang มาแล้ว
(ตอนนั้นโรเบิร์ต ดาวนี่ จูเนียร์ก็รับบทพระเอก) เราก็อาจจะประทับใจกับจังหวะหนังของแบลคอีกรอบในหนังแอคชั่นฮีโร่เรื่องนี้ ที่หนังเต็มไปด้วย บทพูดชวนขบคิด บางครั้งเราอาจสตั๊นไป 2 วิ กับบทพูดบางอย่าง พอคิดได้ เลยต้องฮาแบบดีเลย์อีกรอบ
และโชคดีเหลือเกินที่หนังเดินทางมาถึงช่วงเวลา “ทบทวนตัวเอง” ของโทนี่ สตาร์ค แบลคเลยเล่นกับประเด็นเรื่องชีวิตของโทนี่ได้เต็มที่ ที่โทนี่ต้องการและสำคัญที่สุดในชีิวิตของเขา แท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่… อุปสรรคของแบล็ค อาจเป็นการที่ต้องใส่ความเป็นแอคชั่นลงมาในสัดส่วน
ที่ต้องสนองนี้ดแฟนๆด้วย ทำให้หนังเลยค่อนข้างขรุขระกับการเล่าเรื่องแบบดราม่ากับแอคชั่นให้เป็นเส้นเดียวกัน และหนังยังเล่าเรื่องหลากหลายไปนิด เลยอาจทำให้ไม่มีเวลากลับไปตบประเด็นที่โยนไว้ตั้งแต่ทีแรกให้เข้าที่เข้าทางเท่าไหร่ แต่โดยรวมก็ออกมา ค่อนข้างลงตัวทีเดียว
IRON MAN ภาค 3 สำหรับเราแล้ว ไม่ได้เป็นแฟนคอมิค ไม่ได้เป็นแฟนหนังแอคชั่นฮีโร่ ถือว่า สอบผ่าน แม้หนังจะไม่ถูกใจแฟนคอมิค อันเกิดจากการบิดเนื้อหาจากคอมิคไปจนแฟนคอมิคส่ายหน้ารับไม่ได้ก็ตาม
เราเข้าใจในส่วนนั้น เพราะ เราเองเป็นแฟนหนังสือ ที่เห็นภาพยนตร์หลายเรื่องเมื่อถูกนำมาทำเป็นหนัง ได้มีการบิด ตัด เพิ่ม ตีความใหม่ จนบางครั้งเรายังแอบคิดไม่ได้ว่า หนังหยิบเอามาแต่ชื่อเรื่อง ไม่ได้หยิบ แนวคิด จากเนื้อเรื่องในหนังสือมาด้วยซ้ำ
แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง การที่มัน ถูกถ่ายทอดในรูปแบบของ ภาพยนตร์ มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่มันจะมีแนวทางในแบบภาพยนตร์ และ IRON MAN สำหรับเรา ในการที่มันเป็นหนัง แอคชั่นฮีโร่ เรื่องหนึ่ง มันก็ทำหน้าที่ในการเล่าเรื่องของมันได้ดี กับการเล่าเรื่องที่พลิกไปพลิกมา หากเราไม่ยึดติดกับเนื้อเรื่องตามแบบ คอมิค มากเกินไปนัก นี่เป็นหนังแอคชั่นฮีโร่ ที่มีดีมากกว่าแค่ฉากแอคชั่นอีกเรื่องเลยทีเดียว
รวมหนัง Iron Man
[/read]
