ดูหนัง แบล็กแพนเทอร์ Black Panther ครบทุกเรื่อง
Black Panther แบล็กแพนเทอร์ เป็นภาพยนตร์แนวซูเปอร์ฮีโร มีเค้าโครงจากตัวละครชื่อเดียวกันในมาร์เวลคอมิกส์ สร้างโดยมาร์เวล สตูดิโอส์ และจัดจำหน่ายโดยวอลต์ดิสนีย์สตูดิโอส์โมชันพิกเจอส์ เป็นภาพยนตร์ลำดับที่สิบแปดในจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล กำกับโดยไรอัน คูเกลอร์ และเขียนบทโดยตัวเขากับโจ รอเบิร์ต โคล แสดงนำโดยแชดวิก โบสแมน รับบทเป็น ชัลลา/แบล็กแพนเทอร์ ร่วมกับไมเคิล บี. จอร์แดน, ลูพีตา ญองอ, ดาไน กูริรา, มาร์ติน ฟรีแมน, แดเนียล คาลูยา, ลิทีเชีย ไรต์, วินสตัน ดิวก์, แองเจลา บาสเซตต์, ฟอเรสต์ วิตเทกเกอร์ และแอนดี เซอร์คิส ภาพยนตร์ภาคต่อ แบล็ค แพนเธอร์: วาคานด้าจงเจริญ กำหนดฉาย 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 2022 ในอเมริกา ประเทศไทยฉาย 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 2022ถือหน้า ออก
[read more]
- Black Panther (2018) แบล็กแพนเทอร์
black panther 1 เรื่องย่อ เรื่องราวของ ที’ชาลล่า (แชดวิก โบสแมน) เจ้าชายที่ไปต่อสู้ศึกสงครามใน Captain America: Civil War และได้เดินทางกลับมายังบ้านเกิดของเขาประเทศแอฟริกาใต้ที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าและห่างไกลจากประเทศอื่น ๆ เพื่อปกครองเมืองวากันดาในฐานะกษัตริย์หนุ่ม ซึ่งเขาได้สืบทอดบัลลังก์ต่อจากบิดาที่เสียชีวิต ขณะเดียวกันเข้าต้องเผชิญปัญหาจากทั้งการเมืองภายในเพราะผู้คนและชนเผ่าต่าง ๆ ไม่เชื่อมั่นในการปกครองภายใต้อาณัติของเขา และยังต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากเจ้าชายที่พลัดถิ่น อีริค คิลมอนเกอร์ (ไมเคิล บี. จอร์แดน)
สถานะของ ที’ชาลล่า ในฐานะกษัตริย์และ แบล็ค แพนเธอร์ ก็ต้องถูกทดสอบเมื่อเขาถูกดึงเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งน่าสะพรึงกลัวที่ทำให้ชะตากรรมของวากันดาและโลกทั้งใบต้องตกอยู่ในอันตราย เมื่อเผชิญหน้ากับการทรยศและอันตราย กษัตริย์หนุ่มจะต้องรวบรวมมิตรสหายของเขาและปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของ แบล็ค แพนเธอร์ ออกมา เพื่อเอาชนะศัตรูของเขาและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนของเขาและวิถีชีวิตของพวกเขา
- Black Panther wakanda forever (2022) แบล็ค แพนเธอร์ วาคานด้าจงเจริญ
หลังจากที่สิ้นสุดเรื่องราวมหากาพย์ที่ดำเนินมากว่า 10 ปีไปแล้ว ในตอนนี้ MCU เฟสที่ 4 กำลังเดินหน้าไปในทิศทางใหม่ หนึ่งในภาพยนตร์ที่กำลังอยู๋ในช่วงถ่ายทำอยู่ในตอนนี้ก็คือ Black Panther: Wakanda Forever การกลับมาของดินแดนที่ซ่อนตัวมายาวนาน ดินแดนที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ดินแดนนี้ต้องเผชิญ และล่าสุดตอนนี้พวกเขาได้นักแสดงคนใหม่เข้ามาเสริมทัพแล้ว ราชินีรามอนด้า, ชูรี, เอ็มบาคู, โอโคเย และ โดรา มิลาเจ จะต้องร่วมต่อสู้เพื่อปกป้องประเทศของพวกเขาจากการแทรกแซงทางอำนาจหลังการสวรรคตของกษัตริย์ทีชัลล่าในระหว่างที่ชาววาคานด้าพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะก้าวต่อไป เหล่าฮีโร่จึงต้องร่วมมือกัน ด้วยความช่วยเหลือของวอร์ด็อกนาเคีย และ เอเวอเร็ตต์ รอสส์ ในการสร้างเส้นทางใหม่ให้กับวานคานด้า
ผู้กำกับไรอัน คูเกลอร์
บริษัท ค่ายหนังมาร์เวลสตูดิโอส์
black panther นักแสดง- แชดวิก โบสแมน
- ไมเคิล บี. จอร์แดน
- ลูพีตา ญองอ
- ดาไน กูริรา
- มาร์ติน ฟรีแมน
- แดเนียล คาลูยา
- ลิทีเชีย ไรต์
- วินสตัน ดิวก์
- แองเจลา บาสเซตต์
- ฟอเรสต์ วิตเทกเกอร์
- แอนดี เซอร์คิส
- ฟลอเรนซ์ คาซัมบา
- ดอมีนีก ทอร์น
- มิคาเอลา โคล
- เตนอช เวร์ตา
- จูเลีย หลุยส์-ไดรฟัส


- Black Panther (2018) แบล็กแพนเทอร์
Black Panther (2018) เข้าฉายแล้ววันนี้
ถ้าเทียบกับภาคแรกหนังซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวลด้วยกันก็น่าจะอยู่ลำดับต้น ๆ ได้นะ พอจะเข้าใจได้อยู่ว่าหนังมันต้องโฟกัสไปที่ตัวละครทีชัลล่า หรือแบล็ค แพนเธอร์ จึงทำให้ไม่มีเวลาไปให้ความสำคัญกับจุดพลิกผันของตัวละครรอง ๆ รวมถึงไม่ได้มอบมิติให้ตัวร้ายอย่างที่ควรจะเป็นทั้ง ๆ ที่ไมเคิล บี จอร์แดนมอบการแสดงข่มแชดวิค โบสแมนขาดลอย รวม ๆ แล้วตัวบทหนังเลยค่อนข้างเฉย ๆ เหมือนเล่าทั้งหมดสองชั่วโมงกว่าโดยมีประเด็นเดียวคือการตัดสินใจของตัวเอกในฐานะกษัตริย์แห่งวากานด้าว่าจะอยู่แบบเดิมเก็บเทคโนโลยีตัวเองเป็นความลับจากชาวโลก หรือจะใช้วิวัฒนาการของตัวเองเข้าไปช่วยเหลือเปลี่ยนแปลงโลก หนังมันก็สนุก ๆ ดูเพลิน ที่ชอบคือมันไม่มาในทางหนังซีเรียสแทรกมุกด้วย งานโปรดักชั่นหนังมาร์เวลยังคงสุดยอด แล้วชอบการสร้างโลกแอฟริกาล้ำ ๆ ได้เจ๋งดี ดนตรี/เครื่องแต่งกาย/งานกำกับศิลป์/ฝ่ายเทคนิคพิเศษ ทำงานร่วมกันจนออกมาน่าทึ่งมาก ดูจบอย่าเพิ่งรีบออกจากโรงล่ะเพราะหนังมีฉากหลังเครดิต 2 ตัว
หลังการเสียชีวิตของกษัตริย์วากานด้า จึงทำให้ ‘ทีชัลล่า’ (Chadwick Boseman) ขึ้นบัลลังก์มารับอำนาจต่อจากพ่อของตัวเอง โดยภารกิจแรกของเขาคือการจับตัว ‘คลอว์’ (Andy Serkis) ที่เคยลักลอบเข้ามาขโมยแร่ไวเบรเนียมและสังหารชาววากานด้า แต่ภารกิจดังกล่าวกลับนำไปสู่ปริศนาครั้งใหม่คือการปรากฎตัวของ ‘คิลมังเกอร์’ (Michael B. Jordan) ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นชาววากานด้าเช่นเดียวกัน
***** เปิดเผยเนื้อหา *****
เสียดายตัวร้ายมาก ๆ เราชอบฉากที่เฉลยว่าเด็กผิวดำที่เล่นบาสข้างถนนกันอยู่คือหลานของกษัตริย์วากานด้า อันที่จริงชอบมุมมองของ ‘เอ็นโจบู’ พ่อของเขาที่เป็นสายลับวากานด้าถูกส่งตัวมาอเมริกาด้วย คือจากแอฟริกาออกมาเห็นโลกกว้างเลยเกิดการเปลี่ยนแปลงความคิดอยากใช้เทคโนโลยีและภูมิความรู้ที่เผ่าพันธุ์ตัวเองมีมาใช้ช่วยเหลือโลก โดยเฉพาะเมื่อหนังเล่าจากมุมคนผิวดำที่ในประวัติศาสตร์ถูกกดขี่เอารัดเอาเปรียบโดยคนผิวขาวมาตลอด ฉากที่เฉลยนั้นทำให้เราสนใจในแง่ของเด็กคนหนึ่งที่โตมาด้วยพื้นเพสภาพสังคมเช่นนั้นจะมีทัศนคติในการมองโลกอย่างไรหากตัวเองมีอำนาจ แต่ปรากฎว่าหนังไม่ได้ให้เวลากับตัวละครนี้สักเท่าไร โผล่มาอีกทีเขาโตมาเป็นสุดยอดทหารของอเมริกาไปซะแล้ว แถมชุดความคิดมันดันกลายเป็นชุดของ CIA ที่มีฐานะแทรกแซงการปกครองของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในช่วงผลัดเปลี่ยนอำนาจ จึงทำให้ตัวร้ายของหนังมันลงเอยเป็นแค่ตัวสนับสนุนบทบาทสันติภาพของทีชัลล่าเท่านั้นเอง ทั้ง ๆ ที่ตัวละครคิลมังเกอร์มีศักยภาพจะเป็นตัวร้ายอันดับต้น ๆ ของมาร์เวลได้สบายถ้าขยายปมให้ไกลกว่าแค่เรื่องความแค้นส่วนตัวเรื่องพ่อตายและการใช้อำนาจแค่จะยึดครองโลก เพราะมันก็เห็น ๆ ว่าเขาเป็นตัวร้ายมิติเดียวที่ทำให้คนดูต่อต้านแล้วเลือกเอาใจช่วยตัวเอกแทน อย่างที่เราบอกตอนต้นว่าหนังโฟกัสที่ทีชัลล่ามากจนละเลยมิติของตัวละครรอง ๆ ในเรื่อง ต่างจากตัวร้ายในหนังซูเปอร์ฮีโร่บางตัวที่คนดูทั้งรักทั้งเกลียดหรืออาจจะทั้งเข้าใจและเห็นใจว่าทำไมเขาถึงต้องร้ายแบบนั้น แถมบางทีคนดูยังเอนเอียงสนับสนุนความคิดนั้นอีกต่างหาก
อีกตัวละครหนึ่งที่มีบทบาทไม่มากแต่ก็เป็นจุดพลิกผันที่สำคัญคือองครักษ์พิทักษ์ชายแดนที่รับบทโดยแดเนียล คาลูย่า ตัวละครนี้เหมือนเป็นคนที่ยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างช่วงผลัดเปลี่ยนอำนาจแล้วต้องเลือกข้างใดข้างหนึ่ง แต่ปัญหาคือหนังใส่ปมขัดแย้งมาแค่เรื่องการตายของคนใกล้ชิดแล้วกษัตริย์คนก่อนนิ่งเฉย ส่วนกษัตริย์คนใหม่ก็ทำภารกิจล้มเหลวอีก จึงทำให้ความศรัทธาเหลือน้อยเต็มที ดังนั้นการที่มีคนหิ้วศพบุคคลที่เขาต้องการให้ตายมากที่สุดกลับมายังวากานด้าจึงเหมือนเกิดเป็นการนับถือขึ้นมาใหม่ที่ทำให้เขาเลือกเอนเอียงมาอยู่ข้างตัวร้ายอย่างคิลมังเกอร์ แต่ปัญหาคือหนังไม่ได้ให้เราทำความรู้จักตัวละครนี้มากพอจะเชื่อในการเปลี่ยนแปลง เราไม่เชื่อในจุดพลิกผันนี้ของตัวละครที่ค่อย ๆ ทวีจุดแตกหักออกไปเรื่อย ๆ จนถึงบทสรุปฉากตะลุมบอนในตอนท้าย
อ่อ หนังดูเหมือนจะปูทางเรื่องการสร้างสะพานเชื่อมวิวัฒนาการของชาววากานด้าสู่ชาวโลกในภาคต่อ ๆ ไปด้วย อันนี้น่าสนใจด้วยบริบทการเมือง/นโยบายทรัมป์ของสหรัฐอเมริกาเอง ยิ่ง Black Panther มันเสนอแง่มุมผู้นำชัดเจนเลยเหมือนเป็นกระจกสะท้อนความคิดคนทำหนังต่อการเมืองในช่วงเวลานั้น ๆ ได้อยู่ เพียงแต่ในภาคแรกหนังเดี่ยวเปิดตัวยังไม่มีแง่มุมนี้ออกมาสักเท่าไรนอกจากไดอะล็อกจิกกัดเล็ก ๆ น้อย ๆ
ป.ล. หนังมีฉากตลกมาก ๆ อยู่หนึ่งฉาก เข้าใจว่าฉากนี้เป็นด้นสด improvise ของนักแสดงเอง ดูไม่น่าเป็นสคริปต์แต่ดันเวิร์คแล้วผู้กำกับชอบเลยเอามาใส่เป็นฉากจริงในหนัง
Director: Ryan Coogler (ผู้กำกับ Fruitvale Station, Creed)
screenplay: Ryan Coogler, Joe Robert Cole
Genre: superhero, action, adventure, sci-fi
7.5/10
- Black Panther wakanda forever (2022) แบล็ค แพนเธอร์ วาคานด้าจงเจริญ
black panther 2 รีวิว
Kanin The MovieBlack Panther: Wakanda Forever (2022)
ดูหนัง black panther wakanda forever พากย์ไทย เป็นภาคต่อที่เปิดมาพร้อมเซ็ตติ้งน่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องการเมือง ทั้งคอนฟลิกต์ระหว่างประเทศวาคานด้า กับประชาคมโลก จนถึงความขัดแย้งของวาคานด้า กับทาโลคาน แต่อาจจะเพราะนี่คือหนังมาร์เวล มันเลยทำให้ argument พวกนี้ไปได้ไม่ไกลมากกว่าการกล่าวถึงผ่านๆ ผลลัพธ์มันเลยทำให้ท่าทีที่น่าจะเข้มข้นสุดๆ ของภาคนี้ (เมื่อดูจากคอนฟลิกต์ที่ปูมา) เบาบางอย่างน่าเสียดาย พาให้ตัวละครที่ดูน่าสนใจ มีปูมหลังถูกฉุดไปด้วยไม่น้อย สำหรับเรามันเลยเป็นหนังที่โน้มน้าวเราเข้าไป และก็ผลักออกมาในจังหวะที่ไม่ควร ทั้งนี้ บรรยากาศ และธีมของหนังที่พูดถึงการอาลัย และไปต่อก็ถือว่าดีไม่น้อย จนแอบคิดว่าถ้ามันไม่ใช่หนัง แอ็กชั่น-ไซไฟ เราคงได้เห็นอะไรมากกว่านี้แน่ๆ
ระหว่างดูรู้สึกว่าพล็อตเรื่อง กับสถานะของตัวหนังเองไม่ต่างกันเท่าไหร่ คือพูดถึงการเยียวยา และก้าวข้ามผ่านพ้น (แม้ใจจะไม่อยากให้เป็นแบบนี้) การจากไปของ แชดวิก โบสแมน ที่ทำให้ตัวละครทีชัลลาต้องจบลง ทำให้หนังต้องทำหน้าที่ไว้อาลัย พร้อมๆ กับหาทางส่งไม้ต่อให้เรื่องราวยังเดินหน้าต่อไปได้ เช่นเดียวกับวาคานด้าที่อยู่ในสถานะอ่อนแอ สุ่มเสี่ยงที่จะถูกแทรกแซงจากรัฐชาติอื่น ธีมสำคัญของภาคนี้จึงเป็นเรื่องการก้าวต่อไปอย่างแข็งแกร่ง เข้าอกเข้าใจในความเจ็บปวด ส่วนตัวชอบบรรยากาศของภาคนี้ ความเงียบงัน ความอาลัย ในขณะที่ภาคนี้เต็มไปด้วยสกอร์ และเพลงจี๊ดๆ ส่วนตัวชอบเวลาที่หนังให้คนดูอยู่กับความเงียบมากกว่า
นามอร์ เป็นตัวละครที่น่าสนใจ เป็นคู่ปรับที่มาเพื่อประกาศความทัดเทียบกับวาคานด้า เป็นศัตรูที่ทำให้วาคานด้าตระหนักในศักยภาพอันค้ำฟ้าของตัวเอง แต่ส่วนที่น่าสนใจจริงๆ คือการมาของทาโลคานมันกลายเป็นภาพทับซ้อนกับวาคานด้า และมันทำให้เกิดข้อโต้แย้งว่าเมื่อประเทศที่ดูมีอะไรหลายอย่างคล้ายคลึงกัน จะรับมือกับวิกฤตทางการเมือง และความมั่นคงอย่างไร ส่วนตัวรู้สึกว่าคอนฟลิกต์มันสตาร์ทมาดี ตัวละครนามอร์ก็ดูมีเสน่ห์ น่าเกรงขาม แต่พอมันเล่าๆ ไปก็เหมือนถูกกรอบความเป็นมาร์เวลครอบไว้ เหมือนพอจะถึงจุดที่ต้องขยี้คลี่คลายภาพให้ชัดก็ถูกตัดตอนไปเสียก่อน (อะไรแบบนี้เราก็รู้สึกกับ Black Panther ภาคแรก แต่ตัวละคร คิลมองเกอร์ ถือว่าดีกว่าหลายช่วงตัว)
ตัวละคร ชูริ ในภาคนี้เจอบททดสอบครั้งใหญ่ อย่างที่หนังบอกไว้ ผู้ที่เจ็บปวดโชกโชนเท่านั้นที่จะเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ตัวละครของเธอเองก็เหมือนถูกบังคับให้ต้องเจออุปสรรคหนักหนาไม่น้อยเพื่อก้าวมาเป็นตัวละครนำของเรื่องเช่นกัน ส่วนตัวรู้สึกว่าการแทนที่ครั้งนี้ไม่ง่ายเลย แต่ชอบมวลความรู้สึกสับสน หลงทาง เศร้าโศก เกรี้ยวกราดของเธอนะ ในขณะที่ต้องแบกรับภาระหน้าที่อย่างไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ เธอก็ต้องแสดงพลัง และตัวตนของเธอให้ทุกคนได้เห็นด้วย สิ่งที่ดีก็คือตัวละครสมบทของ Black Panther เป็นทีมที่ช่วยกันซัพพอร์ตได้ดี แคสต์ทุกคนมีของ ช่วยกันผลักดันให้แต่ละคนเติบโต และไปในทิศทางใหม่ได้
เข้าใจว่านี่คงไม่ใช่ทิศทางที่มาร์เวลอยากให้เป็นแต่แรก แต่ Wakanda Forever ก็พยายามแสดงพลังของการเติบโต และก้าวต่อ ไปพร้อมๆ กับโอบกอดช่วงเวลาที่ผ่านมาอย่างแนบแน่น น่าเสียดายที่การประกอบแต่ละส่วนออกมาทุลักทุเลไปพอสมควร เป็นหนังที่รู้สึกว่ายาวไป แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่ามันยังเล่าเรื่องน้อยไปเช่นกัน เซ็ตติ้งการเมือง การแทรกแซงรัฐ การล่าอาณานิคม แย่งชิงทรัพยากรที่ดูน่าจะทำให้เข้มข้นมีมิติ หนังก็ไม่ได้ให้พื้นที่เท่าไหร่นัก ภาพรวมมันเลยทำให้เรารู้สึกลอยไปลอยมากับเรื่องที่ถูกทำให้ไม่จริงจัง (ทั้งที่มันจริงจังมาก)
Black Panther: Wakanda Forever (dir. Ryan Coogler) – 7/10
รวมหนัง Black PantherBlack Panther (2018) แบล็ค แพนเธอร์
Black Panther wakanda forever (2022) แบล็ค แพนเธอร์ วาคานด้าจงเจริญ
[/read]
